
เตือนญี่ปุ่นส่อแววเละตามหนี้‘กรีซ’
หนี้เยอะเสี่ยงสูงนักลงทุนอิ่มตัวกรีซเผยยอดเจ้าหนี้แฮร์คัตวันนี้
หนี้เยอะเสี่ยงสูงนักลงทุนอิ่มตัวกรีซเผยยอดเจ้าหนี้แฮร์คัตวันนี้
เตือนญี่ปุ่นอาจเดินตามรอยหนี้กรีซ หากนักลงทุนในประเทศถึงจุดอิ่มตัว กรีซประกาศผลเจ้าหน้าที่ร่วมโครงการสวอปบอนด์ลดหนี้วันนี้
บลูมเบิร์กรายงานอ้างการสัมภาษณ์ ทากาโตชิ อิโตะ อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นออกโรงเตือนเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2555 ว่า ญี่ปุ่นมีความเสี่ยงที่จะเดินตามรอยวิกฤตหนี้เช่นเดียวกันกับกรีซ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีระดับหนี้สาธารณะมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นคาดว่าจะพุ่งไปที่ 13.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อสิ้นสุดเดือน มี.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม หนี้สาธารณะส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะถือครองไว้โดยนักลงทุนในประเทศ กระนั้นก็ตาม อิโตะ ชี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่การสนับสนุนจากนักลงทุนภายในประเทศเดินมาถึงจุดอิ่มตัว ธนาคารกลางญี่ปุ่นเองก็จะต้องใช้มาตรการแปลงหนี้และจำเป็นที่จะต้องชักจูงนักลงทุนต่างชาติให้เข้าซื้อพันธบัตรแทน ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นในทันทีพร้อมๆ กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
อิโตะ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรองรัฐมนตรีการคลัง ในระหว่างปี 1999-2001 ระบุว่า เมื่อถึงภาวะดังกล่าวก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของญี่ปุ่นที่จะเดินตามรอยกรีซในวิกฤตหนี้ในที่สุด
ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.นั้น สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังหดตัวลง 0.7% หลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้านั้นก็ปรับตัวลดลงไปแล้ว 2.3%
ขณะเดียวกัน ด้านความเคลื่อนไหวของการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้กรีซ รัฐบาลกรุงเอเธนส์ เปิดเผยว่า จะเปิดเผยผลการเข้าร่วมโครงการสวอปพันธบัตร เพื่อลดหนี้ของเจ้าหนี้ในวันนี้ เวลา 06.00 น. ตามเวลาในกรุงเอเธนส์ หรือ 11.00 น. ตามเวลาในไทย ซึ่งกรีซจำเป็นที่จะต้องมีเจ้าหนี้ร่วมโครงการอย่างน้อย 75% ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จึงจะทำให้การลดหนี้ดำเนินต่อไปได้ และกรีซจะสามารถเลี่ยงการเป็นหนี้เสียได้ทันภายในวันที่ 20 มี.ค.
วัตถุประสงค์หลักของการสวอปพันธบัตร เดิมเป็นพันธบัตรใหม่ซึ่งจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเก่าโดยอยู่ที่ 3.8% และมีกำหนดชำระคืนยาวนานกว่าเดิมในครั้งนี้นั้น จะช่วยให้กรีซสามารถลดหนี้ลงได้ถึง 53.5% ของหนี้ทั้งหมด 2.06 แสนล้านยูโรที่กรีซมีอยู่
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มี.ค. มีเจ้าหนี้ร่วมโครงการลดหนี้แล้ว 60% ซึ่งประกอบไปด้วยธนาคารรายใหญ่ต่างๆ ของกรีซเอง ตลอดจนธนาคารพาณิชย์และบริษัทประกันทั่วยุโรป ซึ่งรวมถึงธนาคารบีเอ็นพี ปาริบาส์ ของฝรั่งเศส ธนาคารคอมเมิร์ซ แบงก์ เอจี และบริษัท ประกัน แอสซิคูราซิออนนี เจเนรัลลี เอสพีเอ ของอิตาลี







