posttoday
เพราะ'น้ำ'เป็นเหตุ

เพราะ'น้ำ'เป็นเหตุ

26 กุมภาพันธ์ 2555

“ทางเหนือขาดแหล่งน้ำ”

“ทางเหนือขาดแหล่งน้ำ”

“ทางใต้ขาดน้ำที่มีคุณภาพ”

“ทางตะวันตกขาดน้ำเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้าง”

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรน้ำ ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายของจีนในสายตาคนทั่วไป แต่พอเอาเข้าจริงกลับได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ประสบกับภาวะการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงติดอันดับต้นๆ ของโลก แม้ว่าจะมีแหล่งน้ำจืดคิดเป็น 6% ของโลก รองจากบราซิล รัสเซีย และแคนาดา แต่เมื่อถัวเฉลี่ยต่อประชากรที่มีนับพันล้านคนแล้ว ทำให้ตกเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรน้ำเฉลี่ยต่อพลเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกไปโดยปริยาย

ใครเลยจะคิดว่าประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ มีแม่น้ำสายน้อยใหญ่พาดผ่านไม่ต่ำกว่า 600 สายอย่างจีน ต้องเผชิญกับชะตากรรมน้ำดื่มน้ำใช้เข้าขั้นวิกฤตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา...

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ตอนนี้ชาวจีนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง เพราะข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุไว้ว่า ดินแดนแห่งนี้เป็นประเทศที่ขาดแคลนน้ำติดอันดับ 1 ใน 13 ของโลก ในบรรดาเมืองกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ ขาดแคลนน้ำในระดับไม่เท่ากันเกินกว่ากึ่งหนึ่ง แม้แต่ดินแดนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลก็ไม่วายที่จะต้องรับมือกับภาวะดังกล่าวอย่างแข็งขัน

เพราะ'น้ำ'เป็นเหตุ

 

ลักษณะเด่นประการหนึ่งของแหล่งน้ำในประเทศจีนคือ ความไม่สมดุลกันระหว่างปริมาณน้ำของพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนใต้ ดังเห็นได้จากทรัพยากรน้ำจืดทางตอนเหนือมีเพียง 1 ใน 4 ของทางใต้เท่านั้น ในขณะที่ชาวจีนทางใต้มีสัดส่วนประชากรคิดเป็น 54% ของประเทศ แต่มีแหล่งน้ำมากถึง 81% ส่วนชาวจีนทางเหนือที่มีประชากร 46% กลับมีแหล่งน้ำเพียง 19% เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีในส่วนของปัจจัยแวดล้อมทางธรรมชาติและกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อแหล่งน้ำที่ส่งผลต่อการลดลงของแหล่งน้ำทางตอนเหนือและเพิ่มขึ้นของแหล่งน้ำทางตอนใต้ ซึ่งเห็นเด่นชัดมากในช่วง 20 ปีมานี้ ยิ่งตอกย้ำให้การกระจายตัวของแหล่งน้ำทางตอนเหนือและตอนใต้มีความแตกต่างกันชัดเจนมาก

หลายปีมานี้ ข่าวเกี่ยวกับภัยแล้งทางตอนเหนือปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะแผ่ขยายไปทางด้านตะวันตกของประเทศ แต่ใช่ว่าทางตอนใต้จะไม่ประสบปัญหาเรื่องน้ำ แม้ว่าจะเป็นแหล่งที่มีปริมาณน้ำอย่างล้นเหลือ ทว่าปัญหาเรื่องน้ำของชาวจีนทางใต้ก็มาในรูปแบบของมลภาวะทางน้ำอันเป็นผลจากน้ำเสียที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ระบายลงสู่แม่น้ำลำคลองตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพแหล่งน้ำ นำไปสู่ภาวะการมีน้ำมากแต่ใช้การได้น้อย และนั่นก็เป็นเหตุให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้เช่นกัน

เราลองไปดูภาวะการขาดแคลนน้ำตามพื้นที่บางแห่งของจีนว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบกับเมืองทางตอนเหนือที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักแล้ว เซี่ยงไฮ้ ถือว่ามีปริมาณน้ำมากกว่าหลายเท่าตัว จะขาดก็แต่น้ำที่มีคุณภาพใช้การได้ ถึงจะมีแหล่งทรัพยากรน้ำอย่างมหาศาล แต่กลับมีข้อจำกัดของแหล่งน้ำจืดอย่างมาก เพราะคิดเป็น 20% ของแหล่งน้ำบนพื้นดินเท่านั้น เฉลี่ยแล้วน้อยกว่าชาวปักกิ่งที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าเสียอีก ซ้ำยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานการใช้น้ำเฉลี่ยต่อหัวของประเทศ แม่น้ำสายหลักที่พาดผ่านใจกลางเซี่ยงไฮ้อย่าง แม่น้ำหวงผู่ ถือเป็นแหล่งน้ำดื่มของชาวเซี่ยงไฮ้ราว 80% กลับประสบภาวะมลพิษทางน้ำ ผลการสำรวจมาตรฐานแหล่งน้ำบนดินที่เหมาะแก่การดื่มของเซี่ยงไฮ้คิดเป็น 1% เท่านั้น ที่สำคัญสารพิษที่ตกค้างในน้ำดื่มเหล่านี้ไร้รูปและนับวันจะทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ สร้างความลำบากใจให้แก่โรงงานผลิตน้ำดื่มของเมืองแห่งนี้เป็นอย่างมาก

ดินแดนแถบเจียงหนาน หรือทางตอนใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีสายน้ำอันงดงาม ก็ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำไม่ต่างกัน โดยเฉพาะพื้นที่แถบมณฑลเจ้อเจียง ว่ากันว่าหนิงปอเมืองท่าที่เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำภายในทั้งสามสายอย่าง หย่งเจียง เหยาเจียง และเฟิ่งฮว่าเจียง ในวันที่ขาดน้ำต้องให้รถวิ่งส่งน้ำตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อนำน้ำจากแหล่งน้ำในชนบทไปส่งยังธุรกิจแห่งต่างๆ ในเมือง หรือเมืองการค้าอย่างอี้อู บางสัปดาห์ก็มีการปล่อยน้ำเพียงวันละ 9 ชั่วโมง จนมีคำกล่าวที่ว่า สินค้าที่ขายดิบขายดีในเมืองนี้คือ ถังน้ำและปั๊มน้ำ เรียกได้ว่าวิกฤตแหล่งน้ำของพื้นที่แถบเจียงหนานกำลังเป็นปัญหาเร่งด่วนและยังความเดือดร้อนมาสู่ภาคการผลิตอย่างหนัก

เพราะ'น้ำ'เป็นเหตุ

 

ขณะเดียวกัน แหล่งน้ำขนาดใหญ่ตามแม่น้ำสายหลักต่างประสบปัญหานานัปการ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำฮวงโหที่ประสบภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรง แม่น้ำจูเจียงที่ประสบกับภาวะน้ำหลาก อันเป็นผลจากพายุและลมมรสุม แม่น้ำแยงซีเกียงที่เกิดภาวะน้ำหลากในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบไม่บ่อยนัก ฯลฯ ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับแหล่งทรัพยากรน้ำของประเทศ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำดื่มน้ำใช้ที่นับวันจะขาดแคลนลงเรื่อยๆ

เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ น้ำที่ใช้ในภาคการเกษตรกรรมคิดเป็น 64% นั้น นอกจากจะประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำแล้ว ยังประสบภาวะการใช้น้ำในการเพาะปลูก ซึ่งมีสารพิษนานาชนิดเจือปนอยู่ ส่งผลต่อสวัสดิภาพของผู้บริโภค ถือเป็นปัญหาที่ควรหามาตรการรับมือเป็นการด่วน เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงให้แก่ประเทศ

การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าธุรกิจต่างๆ ล้วนมุ่งแสวงหาผลประโยชน์โดยลืมนึกถึงการทำลายสภาพแวดล้อมและขาดสำนึกในเรื่องการประหยัดพลังงานน้ำ หลายพื้นที่มีปริมาณการใช้ทรัพยากรน้ำเกินอัตราและสร้างมลพิษทางน้ำให้แก่พื้นที่เศรษฐกิจเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับน้ำโดยภาพรวมจึงทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างออกไปทุกขณะ

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ชาวจีนควรตระหนักว่า หากไม่มีน้ำมนุษย์เราย่อมดำรงชีวิตไม่ได้ เพราะการทะนุถนอมแหล่งน้ำย่อมหมายถึงการรักษาไว้ซึ่งชีวิตนั่นเอง

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน