posttoday
โตเกียว เทรนดี้

โตเกียว เทรนดี้

26 กุมภาพันธ์ 2555

ผมเดินตามกลิ่นหอมของของย่างที่โชยไปถึงริมสวนอิโนะคาชิระมาอย่างจดจ่อ

ผมเดินตามกลิ่นหอมของของย่างที่โชยไปถึงริมสวนอิโนะคาชิระมาอย่างจดจ่อ

สุดริมสวนไม่มีประตูรั้วรอบขอบชิดแต่อย่างใด ประหนึ่งว่าสวนและชุมชนอยู่ร่วมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว คงเป็นเพราะคนญี่ปุ่นไม่คิดจะไปทำอะไรนอกลู่นอกทางในสวนสาธารณะเหมือนบ้านเรา ที่ขนาดมีรั้วและกำหนดเวลาเปิดปิดแล้ว ยังมีคนแอบไปใช้ทำอะไรไม่เข้าท่ากันอยู่เนืองๆ สวนสาธารณะของเขาจึงน่าเข้าไปเดินเล่นกินลมชมชีวิต

ผมเดินขึ้นบันไดจากระดับสวนไปจนถึงระดับถนน และมาถึงต้นตอแห่งกลิ่นหอมได้ในที่สุด สิ่งที่ผมเห็น คือ คนมุงหน้าร้านที่มีควันโขมง คนในร้านกำลังย่างอะไรสักอย่างอย่างเมามัน ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ จนเห็นได้ชัด ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนได้เจอกับเพื่อนสนิท เพราะร้านนี้ขายไก่ย่างแบบญี่ปุ่น (Yakitori) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารจานโปรดของผม จำได้ว่าสมัยมาโตเกียวครั้งแรกๆ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมยังเดินถือหนังสือ “ย่ำญี่ปุ่น” ของคุณมนันยา มาเดินตามหาร้านไก่ย่างโทริกิน (Torigin) ที่ย่านกินซาอยู่เลย และร้านโทริกินนี่ก็เป็นร้านระดับตำนาน ที่ติดตาติดใจคือลีลาย่างไก่นั้นเหลือรับประทาน โดยเฉพาะท่าโรยเกลือที่ทำเอาผมตาค้าง เพราะไม่นึกว่าจะมีท่าโรยเกลือที่ไหนจะเท่ไปกว่านี้อีกแล้ว รสชาติก็สุดยอด คนอะไรย่างไก่ได้กรอบนอกนุ่มใน กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม ทำให้ผมติดอกติดใจไก่ย่างญี่ปุ่นก่อนอาหารชนิดอื่นใด และถ้ามีโอกาสมาเอง หรือแม้แต่มากับทัวร์ ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ ก็จะต้องแอบแวบไปนั่งกินไก่ย่างอยู่เสมอ ถือเป็นเมนูโปรดในยุคแรกๆ ของผมในช่วงที่เพิ่งเริ่มผาดโผนในยุทธจักรแดนอาทิตย์อุทัยเลยก็ว่าได้ เพิ่งจะมา 10 ปีหลังนี่แหละครับ ที่ปันใจให้กับเมนูอื่น แต่มนต์เสน่ห์ของไก่ย่างยังหอมติดจมูกผมอยู่ไม่รู้ลืม

โตเกียว เทรนดี้

 

ร้านนี้มีชื่อว่า อิเสะยะ (Iseya) เป็นร้านเก่าๆ ขายอาหารหลากหลายเมนู แต่ป้ายผ้าหน้าร้านที่แขวนโชว์หราเขียนอักษรฮิรางานะ ว่า Iseya no Yakitori แปลว่า ไก่ย่างของร้านอิเสะ ชัดเจนสมบูรณ์ในตัวเองว่ามาร้านนี้ยังไงก็ต้องลองไก่ย่างให้จงได้ แผงย่างไก่อยู่ตรงหน้าร้าน มีบรรดาอาหารสดเสียบไม้รอย่างอยู่ตรงหน้า มีทั้งเนื้อล้วน เนื้อสลับต้นหอม ลูกชิ้นไก่ ฯลฯ ใครไม่ชอบไก่ก็มีเครื่องในหมูหั่นเป็นชิ้นพอคำเสียบไม้ย่างด้วย เช่น หัวใจ ตับ ลิ้น ฯลฯ ที่สำคัญคือ ทุกอย่างราคาแค่ไม้ละ 80 เยนเท่านั้น ยกเว้นข้าวโพดย่างที่ราคา 250 เยนเมนูเดียว พอเห็นราคาขนาดนี้ บวกกับเดินผลาญพลังงานในสวนมาครึ่งชั่วโมง เลยได้โอกาสเข้าไปชิมและเติมพลังงานเสียหน่อย บรรยากาศในร้านคล้ายกับร้านส้มตำใหญ่ๆ ในบ้านเรา ที่มีโต๊ะวางติดๆ กันเยอะๆ แต่ช่วงเวลาที่ผมไปไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก เลยสามารถเดินสำรวจบรรยากาศร้านได้ดั่งใจ โดยธรรมเนียมแล้วควรขออนุญาตเขาเป็นดีที่สุด ผู้ดูแลร้านนี้ก็แสนจะใจดี อนุญาตให้ผมถ่ายรูปในร้านได้ทุกมุม พอสำรวจเสร็จก็มานั่งสั่งอะไรรับประทาน เปิดเมนูอ่านก็ถึงบางอ้อ ร้านนี้หลักๆ แล้วคือร้านนั่งดื่มครับ เพราะมีเมนูกับแกล้มเยอะแยะไปหมด เช่น เต้าหู้เย็น ปลาดิบ ปลาหมึกดอง ไก่ทอด ไก่ย่าง ฯลฯ ผมสั่งเต้าหู้เย็นเมนูเพื่อสุขภาพมาเป็นออร์เดิฟร์ แล้วก็ตามด้วยไก่ย่างเกลือ และลูกชิ้นไก่ ปกติถ้าเราสั่งไก่ย่างเฉยๆ เขามักจะย่างแบบจุ่มซอสมาให้ แต่อันที่จริงแล้วเขามีทั้งแบบย่างซอส หรือแบบย่างเกลือให้เลือกได้ด้วย แต่ถ้าเป็นปีกไก่นี่ต้องย่างเกลืออย่างเดียว และถ้าเป็นลูกชิ้นไก่ก็จะย่างซอสเสียเป็นส่วนใหญ่ ผมเคยสั่งไก่ย่างเกลือให้ลูกค้าหลายท่านลองรับประทานแล้วติดอกติดใจกันไปก็เยอะ ใครมีโอกาสและอยากเปลี่ยนรสชาติ ลองสั่งมารับประทานคู่กันกับไก่ย่างซอสดู จะได้เปรียบเทียบความอร่อยว่าแบบไหนถูกใจกว่ากัน

ระหว่างที่นั่งรออาหารอยู่นั้น ปรากฏว่ามีคุณลุงคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ คงเห็นว่าผมเอาแต่ถ่ายรูปตรงนู้นตรงนี้ เลยมาชวนผมคุย แล้วภาษาญี่ปุ่นของผมก็อยู่ในระดับจำกัดจำเขี่ย ก็เลยเป็นการคุยกันแบบใช้ภาษาใจเยอะหน่อย คือ พยายามเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามคุยกับผม สรุปว่าคุณลุงแกพยายามถามผมว่ามาทำอะไรแถวนี้ แกเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้ ต้องมากิน (และดื่ม) ที่ร้านนี้แทบทุกวัน อร่อยและถูก แกรับรองได้ ประมาณนี้แหละครับ ผมประทับใจคุณลุงมาก เหมือนที่ผมประทับใจคุณป้า คุณน้า คุณตา คุณยาย และอีกหลายๆ ท่าน ที่ประทับความรู้สึกดีๆ ให้กับผมในหลายๆ ทริปที่ผ่านมา ผมว่าเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ที่การมีองค์ประกอบของการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ หากแต่ตัวคนญี่ปุ่นนั่นแหละครับที่มีเสน่ห์และสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับนักท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่ไม่ต้องไปสร้างหรือไปปรุงแต่ง เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของการท่องเที่ยว และเป็นสิ่งที่ไม่มีชนชาติใดในโลกจะเลียนแบบได้ เหมือนกับที่ฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยเพราะเขารู้สึกว่าคนไทยมีเสน่ห์ รอยยิ้ม และจริตแบบไทยๆ นี่แหละครับที่ใครชาติไหนก็เลียนแบบไม่ได้ การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด คือ การขายจริตและวิถีของคนในชาตินั้นๆ โดยไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรเลย ที่สำคัญคือ ไม่ต้องลงทุนอะไรมากด้วยครับ

ในที่สุดผมก็สำเร็จโทษทั้ง 3 เมนูจนเกลี้ยง บอกได้คำเดียวว่าความอร่อยเกินกว่าระดับราคา 80 เยนเป็นไหนๆ นี่ขนาดนั่งปิดต้นฉบับไปยังน้ำลายสอไปอยู่เลยครับ โดยเฉพาะไก่ย่างเกลือนี่กลมกล่อมมาก เหตุที่ผมชอบการย่างเกลือ ก็เพราะเราจะได้รับประทานรสชาติแท้ๆ ของเนื้อไก่ ถ้าย่างซอสแล้วรสชาติของเนื้อไก่จะถูกกลบไปเกือบหมด ผมอำลาคุณลุงและเจ้าของร้านก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการกับภารกิจต่อไป สัปดาห์หน้าพาคุณไปเดินถนนช็อปปิ้งที่ย่านมือสอง ก่อนจะอำลาย่านคิชิโจจิกันครับ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน