
ประธานธนาคารโลก
บทบรรณาธิการในเว็บไซต์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
บทบรรณาธิการในเว็บไซต์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
ได้แสดงความเห็นต่อประเด็นการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารโลกคนต่อไป แทนที่ โรเบิร์ต โซลิก ประธานคนปัจจุบันที่กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งในช่วงกลางปีที่จะถึงนี้ โดยระบุว่า การสรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้น ควรจะถึงเวลาเปลี่ยนแปลงได้แล้ว และควรจะเลิกยึดติดกับธรรมเนียมที่ว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนั้นจะต้องเป็นคนสัญชาติอเมริกันเท่านั้น
ทั้งนี้ สาเหตุก็เพราะว่าการสรรหาด้วยการยึดติดธรรมเนียมดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ขาดความชอบธรรมและจะนำมาซึ่งความแตกแยกและไม่พอใจต่อกลุ่มประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมหาอำนาจเกิดใหม่ ที่รู้สึกว่าถูกกีดกันจากการเข้าไปบริหารองค์กรที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจระดับโลก
ทั้งๆ ที่ปัจจุบันประเทศเหล่านี้กลับมีอิทธิพลและบทบาททางเศรษฐกิจของโลกมากกว่ากลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐในบางด้านด้วยซ้ำ นอกจากนี้การยึดติดกับธรรมเนียมดังกล่าวยังเป็นการขัดกับหลักการที่ธนาคารโลกยึดถือและพยายามส่งเสริมให้ทั่วโลกทำตาม นั่นคือ การเปิดการแข่งขันอย่างเสรี ระบบธรรมาภิบาลที่ยึดถือความถูกต้อง ชอบธรรม โปร่งใสเป็นหลัก
ทว่าการสรรหาบุคคลอันทรงเกียรติขององค์กรระดับโลกองค์กรนี้กลับเต็มไปด้วยการกีดกันและแข่งขันกันแบบไม่เป็นธรรม
ดังนั้น สิ่งที่สหรัฐควรจะทำก็คือ แสดงให้ชาวโลกเห็นว่าการคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารโลกนั้นมีการเปิดโอกาสให้กับชาติสมาชิกทุกชาติอย่างแท้จริง และเกณฑ์การคัดเลือกนั้นจะได้ถูกวัดจากความสามารถเป็นสำคัญ มิใช่ยึดตามระบบเชื้อชาติเหมือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบลูมเบิร์กจะไม่เห็นด้วยกับการยึดติดธรรมเนียมของผู้ที่จะมาเป็นประธานธนาคารโลกจะต้องเป็นชาวอเมริกัน แต่ก็ไม่ถึงขนาดห้ามไม่ให้มีการเสนอชื่อชาวอเมริกันที่มากความสามารถและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอย่าง ฮิลลารี คลินตัน รมต.ต่างประเทศ หรือ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมต.คลัง เพื่อเข้าไปเป็นประธานธนาคารโลก







