posttoday
ความสดชื่นในยามเช้า

ความสดชื่นในยามเช้า

19 กุมภาพันธ์ 2555

ภาพการเคลื่อนไหวร่างกายของชาวจีนด้วยการรำไทเก๊ก รำดาบ รำพัด เล่นลูกข่าง บริหารร่างกายเข้าจังหวะ ฮูลาฮูป

ภาพการเคลื่อนไหวร่างกายของชาวจีนด้วยการรำไทเก๊ก รำดาบ รำพัด เล่นลูกข่าง บริหารร่างกายเข้าจังหวะ ฮูลาฮูป

วิ่งเหยาะๆ เขียนพู่กันจีน ฯลฯ ตามสวนสาธารณะที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่ม ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึง “เช้าวันใหม่กำลังมาเยือน” เป็นธรรมดาที่บรรยากาศการออกกำลังกายยามเช้าของคนวัยกลางคนและผู้สูงวัยซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ย่อมสร้างความอึดอัดใจให้แก่มนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเริ่มวันใหม่ด้วยความเร่งรีบ เพื่อไปทำงานให้ทันเวลา เพราะหากเลือกได้ คนกลุ่มนี้ก็คงอยากสูดดมอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าและได้ออกเหงื่อกับเขาบ้างเช่นกัน

ราว 30–40 ปีก่อน การออกกำลังกายยามเช้าถือเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างหนึ่งของชาวจีน เราจะเห็นผู้คนเกือบทุกเพศทุกวัยมารวมตัวกันตามลานกว้างหรือสวนสาธารณะแห่งต่างๆ เพื่อบริหารร่างกายเป็นหมู่คณะ อาจเป็นเพราะจังหวะชีวิตของคนยุคนั้นไม่ได้เร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขันเฉกเช่นสังคมจีนที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ชาวจีนที่อาศัยตามเมืองใหญ่ๆ ยังไม่มีชีวิตการทำงานที่แข่งกับเวลา การคบค้าสมาคมจึงมักเกิดขึ้นตามท้องถนน ในหมู่เพื่อนร่วมงานกันเอง หรือไม่ก็อาจเป็นเพื่อนร่วมสมรภูมิ การออกกำลังกายยามเช้าจึงไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบการเสริมสร้างร่างกายเท่านั้น แต่ยังถือเป็นโอกาสในการคบค้าสมาคมกับเพื่อนหลากหลายอาชีพอีกด้วย

ความสดชื่นในยามเช้า

ที่สำคัญ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีความกดดันในการทำงาน ดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย ใช้เวลาไปกับการดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย วิถีชีวิตของชาวจีนยุคนั้นจึงเรียบง่าย นอนแต่หัวค่ำ เพื่อตื่นมาออกกำลังกายยามเช้า ใครที่นอนตื่นเอา 9 โมง บรรดาเพื่อนบ้านก็จะมองว่าเป็นพวกสันหลังยาว และถูกหัวเราะเยาะ หลังจากออกกำลังกายจนเหงื่อซิบๆ แล้ว ก็จะเดินไปซื้อหาอาหารเช้ารับประทานกัน หรือไม่ก็จ่ายตลาดซื้อของกลับบ้าน ถือเป็นการเริ่มต้นของวันที่แสนจะมีความสุข

แน่นอนว่าชีวิตที่เร่งรีบของสังคมจีนวันนี้ย่อมทำให้เวลาส่วนตัวน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถบริหารร่างกายนับตั้งแต่วินาทีแรกของการตื่นนอนกันเลยทีเดียว เคล็ดลับง่ายๆ ในการ “ชาร์จแบต” ให้ตัวเองของชาวจีนนับแต่ลืมตาตื่นขึ้น คือการ “กลิ้งตัวไปมา” อยู่บนเตียงหลังตื่นนอนประมาณ 5 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพจากการพักผ่อนมาเป็นการเคลื่อนไหวทางร่างกาย ในเวลานี้เราสามารถนวดท้อง กระทบฟันเบาๆ ยกสะโพกและหวีผม (ด้วยนิ้วทั้ง 5 ถือเป็นการนวดศีรษะอย่างหนึ่ง) และ “ชำระล้างจิตใจ” ให้ผ่องแผ้วด้วยการนึกถึงแต่เรื่องดีๆ เพื่อเปิดรับวันใหม่ด้วยรอยยิ้ม และลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความอิ่มเอม

หลังจากปฏิบัติภารกิจข้างต้นแล้ว ควรดื่มน้ำสักแก้วเพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของโลหิตและขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย เพราะน้ำจะทำหน้าที่ในการ “ชำระล้างร่างกาย” ให้สะอาด ยิ่งถ้าได้ถ่ายท้องเอาของเสียออกจากร่างกายก็ถือเป็นการช่วยกำจัดของเสียสะสมในลำไส้ได้ดีอย่างหนึ่ง ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายในปริมาณเล็กน้อยก่อนบริหารร่างกาย เพื่อช่วยให้มีกำลังวังชาในการออกกำลังกาย โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ไม่ควรออกกำลังกายยามเช้าในขณะที่ท้องว่าง เพราะอาจนำไปสู่อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด อาเจียน ขาไม่มีแรง ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ

ชาวจีนหลายคนมักเข้าใจว่าอากาศยามเช้ามืดเป็นช่วงที่บริสุทธิ์และมีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเคยชินกับการตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อออกกำลังกาย ความคิดดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักทางวิทยาศาสตร์เท่าใดนัก ยิ่งในวันที่หมอกลงจัดๆ ไม่เหมาะแก่การออกกำลังกายนอกเคหสถานเป็นอย่างยิ่ง หากเคยชินกับการออกกำลังกายยามเช้า ควรรอให้พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าก่อน จึงจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากอากาศช่วงที่หมอกลงจะอัดแน่นไปด้วยสารพิษ ขณะที่ร่างกายสูดออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายจนเต็มปอด จะเจือปนเชื้อโรคที่เข้าไปทำลายเซลล์ต่างๆ ในปอดโดยไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจนานาชนิด

โดยเฉพาะในวันที่เกิดปรากฏการณ์หมอกมืดที่ทัศนวิสัยในการมองแทบเป็นศูนย์ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในวันที่มีลักษณะอากาศเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากแสงแดดในวันที่มีสภาพอากาศเช่นนี้จะรำไร และรังสีอัลตราไวโอเลตก็มีปริมาณไม่มากพอ จึงไม่ได้ช่วยเพิ่มวิตามินดีให้แก่ร่างกาย

ความสดชื่นในยามเช้า

ระดับความชื้นในอากาศก็สูงกว่าวันธรรมดา เป็นสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคนานาชนิด ผู้สูงวัยที่สูดอากาศยามเช้ามากๆ มักสูดดมเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจำนวนไม่น้อย เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ นอกจากนี้ การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้งต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดพอควร เพราะในวันที่หมอกลงย่อมส่งผลต่อปริมาณน้ำค้างในอากาศที่มีมากขึ้น หากสวมใส่เสื้อผ้าบางจนเกินไป อาจเป็นไข้หวัดโดยไม่รู้ตัว

ชาวจีนยังพิถีพิถันในเรื่องการออกกำลังกายยามเช้าที่แตกต่างกันไปในช่วงฤดูทั้ง 4 ของปีอีกด้วย เมื่อเทียบกับช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนแล้ว การออกกำลังกายยามเช้าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวถือว่ามีข้อจำกัดอยู่หลายประการ เนื่องจากอุณหภูมิในยามเช้าจะลดลงต่ำมาก ง่ายต่อการกระตุ้นให้เกิดอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ขณะที่อุณหภูมิอยู่ในระดับต่ำ มลพิษในอากาศจะมีปริมาณสูงมาก ก๊าซพิษต่างๆ จะกระจายตัวอยู่บนพื้นดิน หากออกกำลังกายในยามเช้าตรู่ จะทำให้สูดดมสารพิษและฝุ่นเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย เวลาที่เหมาะแก่การออกกำลังกายในฤดูที่อากาศหนาวเย็น คือ ช่วงหลัง 9 โมงเช้าเป็นต้นไป เพราะอุณหภูมิโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงการเป็นหวัด อาการไขข้ออักเสบ ปวดกระเพาะอาหาร หลังจากที่ออกกำลังเสร็จควรเช็ดเหงื่อให้แห้ง และสวมเสื้อผ้าที่สบายตัว ทั้งยังควรออกกำลังกายที่ลดการเสียดสีของข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย และกีฬาที่ต้องหักโหม ควบคุมปริมาณการออกกำลังกายไม่ให้มากจนเกินพอดี ทางที่ดีควรลดปริมาณการออกกำลังกายให้น้อยกว่าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

ในปัจจุบันการออกกำลังกายยามเช้าถือเป็นช่องทางสำหรับการผ่อนคลายความตึงเครียดและปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่น่าอภิรมย์ของชาวจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่เริ่มหันมาบริหารร่างกายยามเช้าเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจให้พร้อมรับกับปัญหานานัปการที่เกิดขึ้นระหว่างวัน

คุณค่าของการออกกำลังกายยามเช้าจึงมีมากกว่ากิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว!

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน