posttoday
โตเกียว เทรนดี้

โตเกียว เทรนดี้

19 กุมภาพันธ์ 2555

หลังจากผิดพลาดทางเทคนิค จนอดเข้าชม Ghibli Museum แล้ว ผมก็ย้อนกลับทิศทางเดิม

หลังจากผิดพลาดทางเทคนิค จนอดเข้าชม Ghibli Museum แล้ว ผมก็ย้อนกลับทิศทางเดิม

แต่ไม่ได้ใช้เส้นทางเดิมที่เป็นถนน ผมเดินกลับโดยลัดเลาะไปในสวนอิโนะคะชิระที่ร่มรื่น ตอนขามาผมแอบเล็งแผนที่เอาไว้แล้ว เห็นมีบึงน้ำอยู่ในสวนด้วยเลยอยากไปดูให้รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

สวนอิโนะคะชิระนี่มีประวัติความเป็นมาไม่ใช่ย่อย ไม่ใช่สวนต๊อกต๋อยแต่เป็นสวนระดับโชกุนกันเลยทีเดียว ตามประวัติที่เขาเขียนไว้บนป้ายหน้าสวนบอกไว้ว่า สวนแห่งนี้มีบึงน้ำชื่อเดียวกันกับสวนเรียกว่า Inokashira Ike ตรงกลางบึงน้ำนี้มีศาลเจ้าอยู่หลังหนึ่งเรียกว่าศาลเจ้า Benzaiten ซึ่งสร้างเพื่ออุทิศให้กับ 1 ใน 7 เทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น คนที่สั่งให้สร้างก็คือ Minomoto no Yoritomo ผู้ก่อตั้งระบอบโชกุนและแยกอำนาจทางการทหารออกจากราชสำนัก โดยย้ายที่ทำการรัฐบาลทหาร หรือที่เรียกว่า บาคุฟุ มาอยู่ที่เมืองคามะคุระ ทำให้พระราชอำนาจของสมเด็จพระจักรพรรดิถูกลิดรอนลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รวมเป็นระยะเวลากว่า 700 ปี และได้รับพระราชอำนาจทางการทหารคืนเมื่อสิ้นยุคเอโดะของโชกุนตระกูลโทขุงาวะ

โตเกียว เทรนดี้

(อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้ในคอลัมน์ เล่าเรื่องเมืองญี่ปุ่น บนเว็บไซต์ www.j-plan.co.th) ส่วนบึงน้ำแห่งนี้เพิ่งได้ชื่อมาในยุคของโทขุงาวะ อิเอะมิทสึ (Tokugawa Iemitsu) โชกุนคนที่ 3 ของตระกูลโทขุงาวะ ตามคุณภาพของน้ำในบึงแห่งนี้ที่มีความใสสะอาดที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเอโดะ

นอกจากศาลเจ้าและบึงน้ำแล้ว ทางฝั่งตะวันตกของสวนแห่งนี้ยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีการขุดค้นพบวัตถุโบราณตั้งแต่ยุคหินเก่าของญี่ปุ่น หรือประมาณ 1 หมื่นปีที่แล้ว เรื่อยมาจนถึงยุคโจมง (Jomon) หรือประมาณ 4,000 ปีที่แล้วอีกด้วย แต่ด้วยเวลาที่จำกัดผมเลยได้แต่แวะชมศาลเจ้า Benzaiten โดยไม่ได้มีโอกาสแวะชมของเก่า เพราะใจอยากจะเดินเล่นชิลชิลมากกว่าจะหาสาระใส่สมอง เลยเดินดูชีวิตผู้คนยามบ่ายไปเรื่อยๆ บึงน้ำของสวนนี้เขามีเรือให้เช่า ใครมีฝีมือหน่อยก็เช่าเรือพาย ใครอยากสบายก็เช่าเรือหงส์ถีบเล่น ริมฝั่งทั้งสองข้างก็มีม้านั่งเรียงรายตลอด ให้ผู้คนได้มานั่งปล่อยอารมณ์ชมวิวกันอย่างสบายอกสบายใจ บรรยากาศยามบ่ายในเดือน พ.ย. มันช่างเป็นใจ ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งอากาศที่เย็นจับใจภายใต้แสงแดดอ่อนๆ มันเป็นภาพและความรู้สึกที่สุขเกินบรรยาย เป็นความสุขจากการรับรู้ไม่ใช่จากการกระทำ เพราะเพียงแค่ได้เห็นก็มีความสุขแล้ว ภาพของคุณลุงจูงหมามาเดิน คุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ ออกมาวิ่งเล่น หนุ่มสาวนั่งกินลมชมวิว เป็นภาพที่คนเมืองส่วนใหญ่โหยหา ภาพของชีวิตที่ไม่เร่งรีบ เห็นแล้วอิจฉาครับ เพราะผมไม่มีโอกาสได้ทำอย่างที่คนแถวนี้ทำมานานมากแล้ว ยิ่งเดินๆ ไปก็ยิ่งอิจฉาคนของเขามากขึ้น เมื่อเห็นว่าสวนสาธารณะแห่งนี้ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ถนนของชุมชนเชื่อมต่อเข้ามาถึงในสวน บ้านหลายหลังประชิดติดกับสวนประหนึ่งว่าสวนเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน แล้วแบบนี้จะไม่ให้อิจฉาเขาได้ยังไงครับ

ผมเดินเพลินจนหลงทิศ ด้วยความที่สวนนี้ใหญ่มาก มีพื้นที่เกือบ 4 แสนตารางเมตร (ใหญ่กว่าสวนจตุจักรแต่เล็กกว่าสวนลุมฯ) ประกอบกับขามาดูแผนที่ไว้ก่อน แต่ขากลับดันลืมกลับทิศของแผนที่ในหัว เลยยิ่งเดินยิ่งรู้สึกว่าหลง โชคดีที่มีแผนที่ของสวนให้เห็นอยู่เป็นระยะ เลยเดินเข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่าผมอยู่อีกฟากฝั่งของบึงน้ำ เลยได้โอกาสเดินเล่นรอบใหญ่ ระหว่างที่เดินอ้อมบึง ก็เห็นมีร้านอาหารอยู่บ้าง ไม่ใช่ร้านอาหารแบบกินกันจริงจัง แต่เป็นร้านแบบรับประทานเล่นเอาบรรยากาศเสียมากกว่า บางร้านขายกาแฟและไวน์ บางร้านขายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม แต่ที่น่าสนใจคือบรรยากาศของร้านที่ร่มรื่นอยู่กลางสวน ที่สำคัญแต่ละร้านล้วนโดดเดี่ยว ไม่อยู่ติดกับใครหรือติดกับอะไรทั้งสิ้น ประมาณเดินเงียบๆ มาก็เจอร้านโผล่มาในสายตา ผมชะเง้อมองเข้าไปในร้านเห็นลูกค้าอยู่ประปราย ถ้าอยู่ในอารมณ์ปกติคงต้องแวบเข้าไปลอง แต่ตอนนี้หลงทิศอยู่เลยต้องขอบาย ไปหาตำแหน่งที่แน่ใจเสียก่อน ผมเดินผ่านสนามเด็กเล่นขนาดย่อม ก่อนจะมาเจอกับอีกด้านของบึงน้ำตามที่ผมกำหนดไว้แต่แรกได้ในที่สุด และที่ตำแหน่งนี้ในเวลาที่บังเอิญเหมาะเจอะพอดี ภาพที่ผมเห็นเป็นเหมือนภาพวาดสวยๆ ที่เราชินตา ศิลปินสูงวัย ยืนวาดภาพของสวนริมบึง โดยมีฉากหลังเป็นต้นไม้ที่กำลังจะผลัดใบ ใบไม้สลับสี แดงส้มเหลืองเขียวและน้ำตาลผสมผสานกันอย่างลงตัว ศิลปินสูงวัย ถ่ายทอดความงดงามลงบนผืนผ้าใบ โดยมีชายนิรนามยืนชื่นชมอยู่ด้านข้าง ผมประทับใจกับภาพนี้จนต้องถ่ายรูปมาดู แต่รูปที่ผมถ่ายมา อาจจะทำให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพได้ก็จริง แต่อารมณ์และความรู้สึก ณ ขณะนั้น สุดที่ภาพจะบรรยายได้จริงๆ ครับ

ระหว่างที่ผมกำลังอิ่มเอมกับภาพของชีวิตในสวนอิโนะคะชิระอยู่นั้น ประสาทสัมผัสด้านการรับกลิ่นของผมก็ตื่นตัว กลิ่นหอมของย่างที่คุ้นเคยโชยมาเตะจมูก ผมหันไปยังต้นทางของกลิ่นที่อยู่สูงขึ้นไป และค่อยๆ เดินขึ้นบันได ในที่สุดก็ได้มาเจอกับที่มาของกลิ่นหอม สัปดาห์หน้าผมจะมาเฉลยให้ทราบว่า กลิ่นอะไรทำไมถึงโชยได้ไกลขนาดนั้นครับ

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน