
'ซองคยูนกวาน ตักศิลาเกาหลี 600 กว่าปี '
ภาพลางเลือนของเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตที่พากันเดินขวักไขว่บนถนนดินเส้นเล็กๆ
ภาพลางเลือนของเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตที่พากันเดินขวักไขว่บนถนนดินเส้นเล็กๆ
มุ่งสู่พระราชวังชางคยองกุงในอดีตหลายร้อยปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาในมโนภาพของ “เชกา” อีกครั้ง ย่านใจกลางเมืองหลวง “ฮันซอง” (ชื่อเดิมของ กรุงโซล) เพลานี้ถนนหนทางคดเคี้ยวไปด้วยขอบเขตบังคับของแนวที่อยู่อาศัย เห็นลูกกรงหน้าต่างไม้ปิดด้วยกระดาษฮันจิ บดบังภาพถนนสายทันสมัยที่มีรถวิ่งกันหนาแน่นในปัจจุบันนี้อย่างสิ้นเชิง...ถนนทอดยาวจากหน้าสวนสาธารณะพระราชวังชางคยองกุงขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นถนนแห่งจิตวิญญาณของขงจื๊อนับตั้งแต่ “ซองคยูนกวาน” ได้ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 614 ปีก่อน ในปี ค.ศ. 1398 (ตรงกับรัชสมัยของ พระรามราชาธิราช กษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงศรีอยุธยา)
614 ปีถัดมา ในบ่ายวันหนึ่งเป็นโชคดีเหลือเกิน ที่เพื่อนผู้เป็นศิษย์เก่าของ “ซองคยูนกวาน” ได้พา “เชกา” เดินข้ามเวลากลับไปสู่ยุคโชซอนที่เจริญรุ่งเรืองทางศิลปะวิทยาการ ... “ซองคยูนกวาน” เป็นชื่อที่มีความหมายดีมาก แปลว่า “สถาบันเพื่อความปรองดองในสังคมของมนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบ” ... เราเดินทางจากต้นถนนแทฮักโนไปทางเหนือจนถึงสี่แยกตัดกับถนนชางคยองกุง จึงเลี้ยวซ้ายและเข้าซอยเล็กน้อยก็ถึงประตูหน้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา “ซองคยูนกวาน” ได้พัฒนาขึ้นเป็น มหาวิทยาลัย เมื่อทอดสายตามองเข้าไปในมหาวิทยาลัยจากประตูหน้า ก็ยังทำให้เกิดความรู้สึกว่า ช่างเป็นมหาวิทยาลัยที่ “ขลัง” เสียนี่กระไร ความโบราณเริ่มจากแนวกำแพงหินก่อเตี้ยๆ แบบโบราณตัดกับแมกไม้สูงใหญ่ด้านใน ซึ่งอายุคงหลายร้อยปี กลับให้ความรู้สึกร่มเย็นสบายน่าเข้าไปเดินเที่ยวเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่อาคารโบราณ “มุนมโย” หรือศาลเจ้า ใช้ทำพิธีในลัทธิขงจื๊อ ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงสูงซึ่งกลายเป็นห้องเรียนเมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้รับการบูรณะและรักษาไว้อย่างดี แม้ว่าหลายอาคารในที่นี้เคยถูกไฟแผดเผามาหลายครั้ง
“ซองคยูนกวาน” สำนักตักศิลาปรัชญาขงจื๊อ ที่นับว่าเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านปรัชญา เปรียบเหมือนกับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสมัยโชซอน ได้ก่อตั้งในปีที่ 6 ของการสถาปนาราชวงศ์โชซอน โดยปฐมกษัตริย์แทโจ สำนักนี้มุ่งเน้น ความเป็นเลิศทางวิชาการให้แก่เหล่าบุตรหลานของขุนนางที่เรียกว่า ชนชั้น “ยางบัน” ต่อมาภายหลัง พระเจ้าแทโจได้กำหนดให้พระราชโอรสทุกพระองค์ต้องเข้าศึกษาที่ “ซองคยูนกวาน” นี้ ร่วมกับบุตรหลานขุนนางด้วย ...อาจารย์ผู้สอนจึงเป็นราชบัณฑิตที่ปรึกษาทางฝ่ายบุ๋นของพระราชา บัณทิตขงจื๊อทั้งหลาย ก่อนที่จะเข้าเรียนที่นี่ได้ ต้องฝ่าการสอบสนามใหญ่ที่โหดหินและกว่าจะจบได้ต้องขยันหมั่นเพียรอย่างมาก เมื่อศึกษาจบแล้วก็จะได้เข้ารับราชการ ส่วนผู้ที่มีความเป็นเลิศก็จะได้เป็นอาจารย์ราชบัณฑิตต่อไป ... แน่นอนว่า นักศึกษาทั้งหลายต้องเป็นชายเท่านั้น
ผู้อ่านหลายท่านคงจะรู้จัก “ซองคยูนกวาน” มาจากในละครเรื่อง บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น (Sungkyunkwan Scandal) ที่ออกอากาศทาง “ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ” ไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ ด้วยความสงสัยหลายๆ อย่าง เชกาจึงได้สอบถามข้อเท็จจริงระหว่างเนื้อหาในละครกับความเป็นจริงจากนักวิชาการการศึกษาของมหาวิทยาลัยซองคยูนกวาน ที่เดินทางมาประเทศไทย เขาค่อนข้างจะแปลกใจและเสียดายที่คนไทยรู้จักมหาวิทยาลัยของเขาซึ่งเก่าแก่ที่สุดในเกาหลีน้อยมาก แม้ว่าละครจะดังเปรี้ยงปร้างในหมู่วัยรุ่นวุ่นเรียนก็ตาม
คำถามแรก เรื่องราวที่เกิดขึ้นในละคร คือ หญิงสาวในตระกูลยางบัน ได้ปลอมตัวเข้าไปเรียนหนังสือเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ภายนอก เป็นจริงหรือไม่ ...คำตอบ คือ ไม่จริง ไม่ได้มีบันทึกใดกล่าวไว้เช่นนั้นเลย... คำถามที่ 2 ถ้าเช่นนั้น นักศึกษาหญิงสามารถเข้าศึกษาที่นี่ได้ตั้งแต่เมื่อไร..... คำตอบ คือ หลายร้อยปีก่อนหน้าที่มหาวิทยาลัยปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1939 ช่วงสงครามโลก สถาบันการศึกษานี้สงวนไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้น 6 ปีต่อมา หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้เปิดสอนอีกครั้งหนึ่ง จึงได้เริ่มมีนักศึกษาหญิงเข้ามาเรียนในจำนวนน้อยมาก “ที่ละครสร้างมาให้ดูก็เพื่อความบันเทิงเท่านั้นแหละครับ เรื่องจริงมิได้เป็นดังเช่นในละครหรอก” ...นี่คือคำพูดของคนเกาหลีเอง ดังนั้นเราก็อย่าไปหลงเป็นตุเป็นตะตามละครเกาหลีนะคะ เพราะว่าละครหลายเรื่องมีจริงบ้างเท็จบ้าง สร้างมาให้ดูกันสนุกๆ ค่ะ...







