
สีจินผิงเยือนสหรัฐ
หนึ่งเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องจับตามองจากทั่วโลกในสัปดาห์นี้ก็คือ
หนึ่งเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องจับตามองจากทั่วโลกในสัปดาห์นี้ก็คือ
การเดินทางเยือนสหรัฐของรองประธานาธิบดี สีจินผิง จากจีน สำหรับสาเหตุที่ทำให้กลายเป็นเรื่องที่น่าจับจ้องนั้น ก็เป็นเพราะการมาเยือนครั้งนี้ของ สีจินผิง เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับกระแสความไม่พอใจต่อจีนกำลังเกิดการปะทุขึ้นอย่างร้อนแรงในสหรัฐ ไล่เรียงไปตั้งแต่การออกมาวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีของเหล่านักการเมืองสหรัฐที่มีต่อจีนว่าเป็นต้นเหตุแห่งความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมไปถึงจัดตั้งหน่วยงานปราบปรามการค้าไม่เป็นธรรมของผู้นำสหรัฐ
นอกจากนี้ จีนก็เป็นหนึ่งในชาติที่ออกเสียงวีโตคัดค้านแผนสันติภาพในซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อนอีกด้วย ซึ่งทำให้สหรัฐไม่พอใจเป็นอย่างมาก
จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐได้แสดงความเห็นว่า แม้ว่าปัจจุบันกระแสต่อต้านจีนจะร้อนแรงอย่างมาก แต่ก็ไม่ควรให้ลุกลามและเกินเลยไปมากกว่านี้จนทำให้ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันในด้านอื่นๆ ต้องเสียหาย
เพราะต้องอย่าลืมว่าปัจจุบันทั้งสองประเทศต่างมีผลประโยชน์ที่ต้องพึ่งพากันอยู่อีกมาก อาทิ การรักษาเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี การแก้ปัญหาโลกร้อนและมลพิษ และการปกป้องเศรษฐกิจโลกให้พ้นจากภาวะการชะลอตัว
ดังนั้น สำนักข่าวชื่อดังจึงให้ข้อเสนอแนะว่า สหรัฐควรใช้โอกาสที่ สีจินผิง มาเยือนในครั้งนี้ในการช่วยฟื้นความสัมพันธ์ที่ส่อเค้าว่าจะย่ำแย่ลงให้ดีขึ้นด้วยการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ผ่านการพูดคุยถึงปัญหาที่แต่ละฝ่ายกำลังรู้สึกอึดอัดใจและกำลังเผชิญอยู่
และที่สำคัญก็คือ สีจินผิง นั้นถือเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าผู้นำคนก่อนๆ มาก นั่นจึงทำให้การเจรจาและพูดคุยกับว่าที่ผู้นำจีนคนนี้นั้นน่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น เพราะในประวัติการทำงานในอดีตที่ผ่านมาของ สีจินผิง นับว่าน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเคยผ่านงานการเป็นผู้บริหารงานระดับสูงของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก่อน อีกทั้งยังเคยสร้างผลงานความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นของมลรัฐไอโอวาของสหรัฐเมื่อครั้งที่ สีจินผิง เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฆลเหอเป่ย์อีกด้วย







