
ยันวิกฤตหนี้ไม่สะเทือนการเงินเอเชีย
มีภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตอียูได้ มั่นใจจีนไม่เจอฮาร์ดแลนดิง
มีภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตอียูได้ มั่นใจจีนไม่เจอฮาร์ดแลนดิง
ไอเอ็มเอฟ หยอดภาคการเงินเอเชียแข็งแกร่ง รับมือวิกฤตหนี้อียูได้ เชื่อจีนไม่เจอฮาร์ดแลนดิง
อนูป ซิงห์ ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็ม เอฟ) ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟเชื่อว่าภาคการเงินของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียจะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยุโรปมากนัก จากการที่ธนาคารยุโรปซึ่งกำลังประสบกับวิกฤตหนี้ลดการปล่อยกู้ลง
แม้ว่าสหภาพยุโรปต้องเข้าสู่ภาวะถดถอยจริงจะส่งผลกระทบต่อเอเชีย โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งถือเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ในภาคการเงินจะพบว่าผลกระทบต่อภาคการเงินของเอเชียจะสามารถควบคุมได้ เพราะแม้ว่าต้นทุนสินเชื่อจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณสินเชื่อโดยทั่วไปยังคงเดิม เนื่องจากธนาคารในเอเชีย เช่น ธนาคารอินเดีย ได้ปล่อยสินเชื่อทดแทนในส่วนที่ธนาคารยุโรปต้องลดสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อลง
ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟของเอเชีย กล่าวอีกว่า วิกฤตหนี้ยุโรปจะส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเศรษฐกิจของเอเชียยังแข็งแกร่ง และเชื่อว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ มีมาตรการเพียงพอเพื่อรับมือกับผลกระทบอันเนื่องมาจากวิกฤตหนี้ในยูโรโซนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นได้
ซิงห์ กล่าวว่า เอเชียยังสามารถใช้แผนกระตุ้นทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอเชียสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตหนี้
อย่างไรก็ตาม ซิงห์ กล่าวว่า แม้ว่าจีนอาจเจออุปสรรคทางเศรษฐกิจหากยุโรปต้องเข้าสู่สภาวะถดถอยจริง ทว่าจีนยังคงสามารถกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับกล่าวย้ำว่า จีนจะไม่เผชิญกับภาวะถดถอยอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งได้ปรับใช้มาตรการรับมือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ด้วยการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศแทนการพึ่งพาการลงทุน
พร้อมกันนี้ ซิงห์ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีผู้บริโภคขึ้นเป็น 3 เท่าตัว เพื่อช่วยลดปริมาณหนี้สาธารณะซึ่งสูงถึง 200% ของจีดีพี
“หากญี่ปุ่นปรับเพิ่มอัตราภาษีผู้บริโภคอย่างค่อยเป็นค่อยไปราว 15% หลังปี 2558 พร้อมกับการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมและงบรายจ่ายอื่นๆ จะทำให้ญี่ปุ่นมีอัตราภาษีสอดคล้องกับประเทศอื่น และจะช่วยลดสัดส่วนหนี้ลงได้” ซิงห์ กล่าวพร้อมย้ำว่า ไอเอ็มเอฟให้ความสนับสนุนต่อแผนขึ้นภาษีของ โยชิฮิโกะ โนดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ อัตราภาษีผู้บริโภคของญี่ปุ่นในปัจจุบันอยู่ที่ 5% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีอัตราภาษีดังกล่าวต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนขึ้นภาษีผู้บริโภคเป็น 10% ทว่าได้รับเสียงคัดค้านจากประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน







