posttoday
ไอเย็นแบบขั้วโลก

ไอเย็นแบบขั้วโลก

29 มกราคม 2555

ในช่วงฤดูหนาว เรามักเห็นหิมะความเย็นที่สัมผัสได้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทางภาคเหนือของจีน

ในช่วงฤดูหนาว เรามักเห็นหิมะความเย็นที่สัมผัสได้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทางภาคเหนือของจีน

ทำให้ดินแดนหลายแห่งของประเทศกลายเป็นสีขาวที่อาจจะมีความหนาแน่นบ้าง เบาบางบ้าง แตกต่างกันไปตามปริมาณหิมะที่ตกในแต่ละท้องที่ สำหรับเด็กๆ แล้ว ยามที่หิมะตกช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะพวกเขาสามารถปาหิมะใส่กันอย่างสนุกสนานหรือไม่ก็ปั้นหิมะเป็นรูปต่างๆ ตามจินตนาการที่ไร้ขอบเขต แต่สำหรับคนวัยทำงานแล้ว หิมะกลับเป็นความยุ่งยากที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปทำงานหรือไปมาหาสู่กัน แน่นอนว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นย่อมเกิดขึ้นหลังจากที่หิมะตกไม่นาน ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่หิมะละลายด้วยแล้ว อย่าให้บอกเชียว หนาวสุดขั้วเหนือคำบรรยาย

วันนี้เราลองไปรู้จักดินแดนที่เคยสร้างสถิติอุณหภูมิลดต่ำลงถึง 52.3 องศาเซลเซียส ระดับความเย็นในระดับ 40 องศาเซลเซียส กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ตัวเลขอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 5.5 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งกินเวลานานถึง 8 เดือน แล้วจะไม่ให้เป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเย็นได้อย่างไร

หากเรามองจากแผนที่ประเทศจีน จะเห็นจุดที่อยู่เหนือสุดหรือที่รู้จักกันในหมู่ชาวจีนว่าเป็น “ขั้วโลกเหนือ” ของประเทศ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของอำเภอเหนือสุดที่มีชื่อเรียกว่า “มั่วเหอ” ด้วยคุณสมบัติความหนาวเย็นที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ได้รับการยอมรับว่าเป็นที่ที่อากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ มีอาณาเขตด้านตะวันออกติดกับมณฑลเฮย์หลงเจียง ด้านตะวันตกติดกับเทือกเขาอานหลิ่ง มีกลุ่มเทือกเขาทอดตัวคดเคี้ยวไปมาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ และมีลำน้ำสายน้อยใหญ่พาดผ่านอยู่บริเวณตีนเขา ก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพ “เมืองที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและลำธาร” งดงามดั่งภาพวาดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

ไอเย็นแบบขั้วโลก

 

การเดินทางไปมั่วเหอก็ไม่ยากลำบาก เราสามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่ปักกิ่ง จากนั้นก็บินต่อไปลงที่สนามบินมั่วเหอ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างเพราะมีวันละเที่ยวบินเท่านั้น ถ้าอยากนั่งรถไฟก็สามารถโดยสารสายกวางเจาฮาร์บิน แล้วนั่งรถต่อไปที่มั่วเหอ แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ หมู่บ้านขั้วโลกเหนือซึ่งต้องนั่งรถจากอำเภอมั่วเหอไปยังตำบลหลินจี๋ที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตก ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งก็ถึงจุดหมายปลายทาง

หมู่บ้านมั่วเหอถือเป็นที่ว่าการระดับหมู่บ้านที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศ เมื่อเราเห็นป้ายบอกทางว่าเป็นทางเข้าหมู่บ้านขั้วโลกเหนือ ก็จะเห็นถนนสายเล็กๆ สายต่างๆ ตัดผ่านหมู่บ้าน สิ่งปลูกสร้างที่สะดุดตาคือ บ้านไม้แกะสลักที่เป็นการนำเอาไม้สนทรงกลมมาล้อมรอบเป็นกำแพงบ้าน แล้วเคลือบด้วยโคลน ถือเป็นแบบฉบับบ้านของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลก หน้าบ้านจะปลูกดอกทานตะวันและเลี้ยงสัตว์ปีก

สำหรับผู้ที่เดินทางไปเที่ยวมั่วเหอในช่วงเดือน ธ.ค.ม.ค. อาจได้เห็นปรากฏการณ์หมอกน้ำแข็ง ซึ่งเป็นลักษณะอากาศที่เป็นเอกลักษณ์และหาดูยาก เพราะเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาเดือนเศษ ในสภาวะที่อากาศหนาวเย็นแบบแห้งๆ ไม่มีลมและท้องฟ้าปลอดโปร่ง จะปรากฏให้เห็นหมอกน้ำแข็งที่กินเวลานานราว 4 ชั่วโมงนับแต่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงรุ่งสาง แน่นอนว่าหมอกที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ย่อมส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมอง การขับรถในช่วงที่หมอกลงจัดเป็นเหตุให้ต้องเปิดไฟทางแม้ในเวลากลางวันและขับไปด้วยความเร็วต่ำ แต่ชาวเมืองแห่งนี้ก็เคยชินกับการใช้ชีวิตภายใต้สภาพอากาศเช่นนี้เนื่องจากพบเห็นมาตั้งแต่ยังเด็ก

การเกิดกลุ่มหมอกที่มักเกาะตามต้นไม้ใบหญ้า ก็เป็นลักษณะเด่นของอากาศในมั่วเหอเช่นกัน โดยมากจะเกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูหนาวคาบเกี่ยวไปถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ สภาพอากาศที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นและเปลี่ยนเป็นอบอุ่นอย่างฉับพลัน มักเกิดในเวลากลางคืน เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าจะปลอดโปร่งและอากาศอบอุ่น แต่หลังจากที่พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า จะมีหมอกปกคลุมไปทั่วพื้นที่

เรายังพบเห็นแสงขั้วโลกเหนือที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งบริเวณท้องฟ้าทางด้านเหนือของมั่วเหอ โดยจะค่อยๆ ขยายตัวจากลำแสงปล้องเล็กๆ ที่มีแสงนานาสีสันสลับสับเปลี่ยนกันไป กลายเป็นลำแสงที่มีวงกว้างและมีสีสันเจิดจรัส จากนั้นก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก และลดขนาดลงแล้วก็หายวับไปจากท้องฟ้า

ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีพระอาทิตย์ แต่เมื่อเทียบกับเมืองร้อนอย่างเราแล้ว ถือว่าแหล่งแสงสว่างดวงนี้ทำงานไม่ค่อยเต็มที่นัก สังเกตจากแสงแดดที่เราแทบมองไม่เห็นและไม่รู้สึกรู้สาถึงความร้อนกำลังแผดเผาเลย ก่อนและหลังวันที่ร้อนที่สุดในช่วงฤดูร้อน เมืองแห่งนี้จะสว่างตลอดทั้งวัน “เมืองที่ไม่เคยมีกลางคืน” จึงเป็นอีกฉายาหนึ่งของมั่วเหอ ถือเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลมาเยือน กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติกันก็คือ การจุดกองไฟอยู่ข้างลำธารและร้องรำทำเพลง เสริมสร้างบรรยากาศให้ครื้นเครงสนุกสนาน

ถ้าไม่เอ่ยถึงอากาศโซนตะวันตกของสวนสาธารณะซงย่วนซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมฯ แห่งแรกของที่นี่ก็คงน่าเสียดาย ว่ากันว่าช่วงที่อากาศดีนักเรียนและอาจารย์จะเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเรียนนอกห้อง ดื่มด่ำบรรยากาศของธรรมชาติ ทั้งในยามเช้า กลางวันและเย็น นอกจากจะได้ความรู้ในสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว ยังมีคำกล่าวติดปากคนที่นี่ว่า หากไม่เคยเรียนในสวนสาธารณะแห่งนี้ จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ แม้จะเป็นคำพูดที่ไม่จริง แต่ก็เป็นคำเล่าลือที่เด็กๆ หลายคนเชื่อกัน และไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงอยู่ในใจของชาวมั่วเหอตลอดมา

ด้วยความที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือและมีอากาศหนาวเย็นมาก ส่งผลให้การสัญจรไปมากับดินแดนภายนอกยังไม่สะดวกเท่าที่ควร และนั่นก็เป็นผลให้อาหารการกินของมั่วเหอมีลักษณะเฉพาะตรงที่เน้นอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์เป็นหลัก ไม่ค่อยมีอาหารจำพวกพืชผัก เน้นรสเค็มจัด มีชั้นน้ำมันลอยอยู่บนอาหาร แต่ก็ไม่มันจนเลี่ยนเกินไป โดยมากจะใช้วิธีการตุ๋น อุดมไปด้วยปลากระแสน้ำเย็น มีให้เลือกนานาชนิด รสชาติสดใหม่ เมนูขึ้นชื่อ ได้แก่ ปลาคอดตุ๋นเต้าหู้ ปลาสุนัขย่าง ปลาหวงน้ำแดง รวมถึงไส้กรอกตากแห้ง และขนมปังทอดสูตรมั่วเหอที่พลาดไม่ได้ทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีแตงโมทั้งเนื้อแดงและเนื้อเหลืองที่รสชาติแสนอร่อย เนื้อแน่นหวานฉ่ำเต็มคำ เนื่องจากดวงอาทิตย์ตกดินช้า อุณหภูมิระหว่างวันแตกต่างกันมาก ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของผลไม้ชนิดนี้ เราจึงมักเห็นป้ายคำว่า “ขายแตงโม” ติดอยู่หน้าบ้านหลายหลังให้เราได้เลือกซื้อกัน

มั่วเหอจึงเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้ที่รักในบรรยากาศแบบเย็นยะเยือกที่ไม่ควรพลาด !

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน