
โตเกียว เทรนดี้
สุดถนน Nakamichi มีสถานที่ที่ผมไม่คิดว่าจะเจอครับ ผมไปเจอสวนหย่อมครับ
สุดถนน Nakamichi มีสถานที่ที่ผมไม่คิดว่าจะเจอครับ ผมไปเจอสวนหย่อมครับ
ถ้าเป็นสวนหย่อมธรรมดาก็คงไม่น่าสนใจ แต่สวนหย่อมนี้เป็นสวนหย่อมที่มีชีวิตชีวา ภาพที่ผมเห็นเป็นภาพที่อบอุ่นมากเลยครับ บรรดาคุณแม่จอดรถจักรยานเรียงเป็นแถวอย่างมีระเบียบ นั่งจับกลุ่มคุยกัน ในขณะที่คุณลูกวิ่งเล่นกันบ้างนั่งเล่นกันบ้าง บางครอบครัวก็เอาขนมนมเนยมาปิกนิก เป็นภาพที่ประทับใจผมจริงๆ เพราะไม่น่าเชื่อว่าบนถนนสายช็อปปิ้งจะมีสถานที่แบบนี้แทรกอยู่ด้วย แต่พอผมเดินเลยไปอีกหน่อยก็สิ้นความสงสัย เพราะเลยจากสวนไปไม่ปรากฏว่ามีร้านค้าอีกเลย ทั้งหมดที่เห็นเป็นอาคารที่พักอาศัยแทบทั้งสิ้น ก็เลยอนุมานได้ว่าสวนหย่อมนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนสุดปลายถนน Nakamichi นี่เอง
ฝั่งตรงข้ามกับสวนหย่อมจะมีร้านกาแฟน่ารักๆ อยู่ร้านหนึ่งชื่อฮารัปปะ (Harappa) เป็นร้านสีขาวออกแนววินเทจดูคุ้นตาผมมากๆ พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้เห็นร้านที่อยู่ติดกัน เป็นอันว่าข้อสันนิษฐานในใจของผมถูกต้อง ร้านข้างๆ เป็นร้านโดนัตที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่นที่มองหาทางเลือกใหม่ๆ โดนัตเจ้านี้ชื่อ Hara Donuts เป็นโดนัตที่ออกแนว Minimalist คือเรียบง่ายแต่อร่อยและแตกต่างจากโดนัตทั่วไป เพราะเขาใช้วัตถุดิบที่แตกต่างจากโดนัตอื่นๆ ส่วนผสมที่สำคัญที่สุดคือเต้าหู้ครับ Hara Donuts ไม่ได้ใช้นมเนยเหมือนของที่อื่น แต่ใช้เต้าหู้และถั่วเหลืองแทน รสชาติจึงอาจไม่หวานมันเท่า แต่ความกลม
กล่อมนั้นต้องยกนิ้วให้เลย ผมเคยทานโดนัตเต้าหู้ครั้งแรกที่เกียวโตระหว่างทางขึ้นไปวัดคิโยมิสึ เป็นตู้เล็กๆ มีเตาทอดอัตโนมัติขนาดเมตรเดียว ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่เห็น แต่ผมไปสะดุดตากับคำว่า โดนัตเต้าหู้ ก็เลยลองซื้อชิมและติดใจรสชาติมาจนทุกวันนี้ พอได้มาเจอ Hara Donuts เข้า เลยต้องขอลอง ปรากฏว่าไม่ผิดหวังจริงๆ ครับ เบื้องหลังความสำเร็จก็อยู่ที่ภูมิหลังของเขานั่นเอง ก่อนจะมาเป็น Hara Donuts คุณฮาระมีร้านเต้าหู้ Hara Tofuen อยู่ที่โกเบ เปิดกิจการผลิตและจำหน่ายเต้าหู้มาตั้งแต่ปี 1968 ระยะหลังกระแสโดนัตแรงจัด คุณฮาระจึงเกิดความคิดที่จะนำเอานมถั่วเหลืองและกากเต้าหู้ไปทดลองทำโดนัตดูบ้าง ปรากฏว่าได้โดนัตที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นอกจากถั่วเหลืองคุณภาพดีจากฮอกไกโดแล้ว ส่วนผสมอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่ใช้วัตถุดิบในประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น ตั้งแต่แป้งสาลี เมล็ดพืช ไข่ ผงฟู ผัก และน้ำตาลอ้อย จึงพอจะให้คำจำกัดความของ Hara Donuts ว่า โดนัตเพื่อสุขภาพ ก็คงไม่ผิดนัก
ผมไปเจอ Hara Donuts ครั้งแรกที่ Shimokitazawa แล้วต่อจากนั้นก็ไปเห็นอีกหลายที่ทั้งในโตเกียวและอีกหลายเมือง แต่ที่ Kichijoji นี่เป็นสาขาแรกของโตเกียวเลย ตอนเปิดใหม่ๆ ได้ยินว่าคุณแม่บ้านย่านนี้มาต่อคิวกันยาวเหยียด ซื้อแล้วมานั่งกินตรงสวนหย่อมตรงข้ามร้าน น่าจะดูมีความสุขดี ลำพังงานออกแบบทั้งโลโก้และองค์ประกอบอื่นๆ ของ Hara Donuts ก็น่ารักเอาเรื่องอยู่แล้ว ตอนนี้ยังไปจับเอาเจ้าหมีรีแลกซ์ (ReLakkuma) มาเป็นพรีเซนเตอร์ก็ยิ่งน่ารักน่าหมั่นไส้กันเข้าไปใหญ่ เรื่องแบบนี้ญี่ปุ่นเขาถนัด ดูอย่างบะหมี่ถ้วยนิชชินยังไปลากเอา โยดา ปรมาจารย์เจไดมาเป็นพรีเซนเตอร์เลย แต่ก็ไม่ว่ากัน เพราะเขาซื้อลิขสิทธิ์ถูกต้อง ผิดกับบ้านเราที่ใครนึกอยากจะหยิบตัวไหนไปใช้ก็หยิบกันไปโดยไม่คิดว่ากว่าเขาจะปั้นตัวการ์ตูนหรือคาแรกเตอร์เหล่านั้นจนออกมาดัง ต้องทุ่มเททรัพยากรกันไปเท่าไหร่ แต่บางคนกลับเอาไปใช้ในงานของตัวโดยขาดจริยธรรม บ้านเราถึงไปได้ไม่ถึงไหนเพราะไม่ค่อยคิดอะไรกันเอง ชอบหยิบยืมโดยไม่ขออนุญาต ก็ได้แต่หวังว่ารุ่นลูกรุ่นหลานคงพัฒนาจริยธรรมไปมากกว่านี้ครับ
โดนัตของฮาระมีรสชาติที่แตกต่างและหลากหลาย โดดเด่นที่สุดก็ออริจินัล Hara Donuts กรอบนอกหยุ่นใน ไม่ยวบยุบเหมือนโดนัตทั่วไป ให้รสสัมผัสที่แตกต่าง ถ้าชอบหวานน้อยก็ต้อง Satoukibi หรือรสน้ำตาลอ้อย รสช็อกโกแลตก็มี โกโก้ ชา กาแฟ มีครบ หรือจะเอารสผักก็มีรสแครอต รสผักโขม รสมันฝรั่ง ถ้าชอบผลไม้ก็มีรสสตรอเบอร์รี กีวี มะนาว สับปะรด นอกจากนี้ยังมีรสชาติตามฤดูกาลอย่างรสดอกซากุระ รสงาดำ ไม่เพียงแค่โดนัตเท่านั้น Hara Donuts ยังขยายไลน์ออกไปเปิดคาเฟ่เก๋ชื่อ Harappa อย่างสาขาที่ถนน Nakamichi นี้ และก็ยังมี Hara Roll ที่ขายแต่ Roll Cake โดยเน้นการคัดวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมีใดๆ อุ่นใจทุกครั้งที่ทาน ตอนนี้กำลังขายดิบขายดี เห็นคนเข้าออกร้านกันหัวบันไดไม่แห้ง เป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ออกไปในแนวทางที่ตัวเองถนัด และทำได้ดีเสียด้วย
นอกจากของกินแล้ว ตอนนี้ Hara Donuts ก็เริ่มออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องอย่างเช่น กระเป๋าผ้า (Tote Bag) พวงกุญแจรูปโดนัต ออกมาดูดเงินลูกค้าเพิ่มเติม ซึ่งผมเชื่อขนมกินเลยว่า Hara Donuts ไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ คงจะมีอะไรดีๆ ออกมาให้เห็นในอีกไม่ช้า ใครมีโอกาสไปญี่ปุ่นแล้วไปทานโดนัตร้านนี้ก็อย่าลืมมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันที่ www.facebook.com/jplantour นะครับ







