posttoday
สหรัฐหนี้ท่วมเกินขนาดเศรษฐกิจประเทศ สวนทางกู้มากขึ้น-สัญญาณดี ศก.ส่งฟื้น

สหรัฐหนี้ท่วมเกินขนาดเศรษฐกิจประเทศ สวนทางกู้มากขึ้น-สัญญาณดี ศก.ส่งฟื้น

11 มกราคม 2555

สื่อมะกันเผยสหรัฐกำลังเผชิญวิกฤตหนี้ครั้งรุนแรง ตัวเลขหนี้สูงเท่าเศรษฐกิจของประเทศ

สื่อมะกันเผยสหรัฐกำลังเผชิญวิกฤตหนี้ครั้งรุนแรง ตัวเลขหนี้สูงเท่าเศรษฐกิจของประเทศ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สื่อมะกันเผยสหรัฐกำลังเผชิญวิกฤตหนี้ครั้งรุนแรง ตัวเลขหนี้สูงเท่าเศรษฐกิจของประเทศ ด้าน เฟด ชี้ ชาวอเมริกันกู้เงินมากขึ้น สัญญาณดีเศรษฐกิจกำลังฟื้น

หนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์ของสหรัฐ เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า ขณะนี้สหรัฐกำลังเผชิญปัญหาหนี้สาธารณะครั้งรุนแรง โดยตัวเลขหนี้สาธารณะได้พุ่งสูงจนมีขนาดเท่าเศรษฐกิจของประเทศ และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ในระยะยาวได้

รายงานระบุว่า หนี้ของรัฐบาลรวมกับหนังสือรับสภาพหนี้ที่ภาครัฐออกให้โครงการเกษียณอายุและโครงการอื่นๆ นั้น มีมูลค่าสูงถึง 15.23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 456.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่ามูลค่าของสินค้าและบริการที่ประเทศผลิตได้ใน 1 ปีเพียงเล็กน้อย โดยตัวเลขคาดการณ์มูลค่าผลผลิตมวลรวมของประเทศเมื่อเดือน ก.ย. 2554 อยู่ที่ 15.17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

“ตัวเลขหนี้สาธารณะที่มีขนาดเท่าเศรษฐกิจ 100% หมายความว่า หนี้ทั้งหมดที่ประเทศก่อมีขนาดเท่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ประเทศผลิตได้” สตีฟ เบลล์ จากศูนย์นโยบายร่วมของสองพรรคใหญ่ กล่าว โดยย้ำว่ารัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์หนี้ของประเทศเป็นเช่นนี้ได้อีกต่อไป

สหรัฐหนี้ท่วมเกินขนาดเศรษฐกิจประเทศ สวนทางกู้มากขึ้น-สัญญาณดี ศก.ส่งฟื้น

 

ยิ่งไปกว่านั้นคือ ในอนาคต ตัวเลขหนี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเร็วกว่าเศรษฐกิจของประเทศ โดยเศรษฐกิจจะต้องขยายตัวให้ได้ปีละ 6% ถึงจะไล่ตามทันหนี้ได้

ขณะเดียวกัน จากการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณปี 2555 ของรัฐบาล พบว่า หนี้ของประเทศมีโอกาสพุ่งสูงถึง 26 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้านี้

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางกลุ่มแสดงความเห็นว่า ในการคำนวณหนี้นั้นไม่ควรนำหนี้ 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ที่ภาครัฐต้องจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมและสวัสดิการอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งหากเปลี่ยนมาคำนวณหนี้ด้วยวิธีดังกล่าว จะพบว่าหนี้สาธารณะของประเทศจะอยู่ที่ราว 10.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 70% ของเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงอยู่ดี

รายงานยังระบุอีกว่า ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีเพียง 6 ประเทศที่มีขนาดหนี้ใหญ่กว่าเศรษฐกิจ ได้แก่ กรีซ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น และโปรตุเกส โดยที่ผ่านมา 3 ประเทศแรกต้องขอความช่วยเหลือจากยุโรป ขณะที่อิตาลีส่อเค้าจะตกเป็นเหยื่อของวิกฤตหนี้ยุโรปรายต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศที่จะลดตัวเลขหนี้สาธารณะให้ได้ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในระยะเวลา 10 ปี

ขณะเดียวกัน อาจมีการลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยอัตโนมัติช่วงต้นปีหน้า หากคณะกรรมการซูเปอร์คอมมิตตีไม่สามารถบรรลุข้อสรุปของแผนลดการขาดดุลงบประมาณได้

วันเดียวกัน เอพีรายงานโดยอ้างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า ตัวเลขการกู้ยืมเงินของชาวอเมริกันนั้นปรับตัวสูงขึ้น โดยเมื่อเดือน พ.ย. พุ่งสูงถึง 2.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบทศวรรษ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ชาวอเมริกันเริ่มมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นตัวภายหลังมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อย่างตัวเลขว่างงานเดือน ธ.ค. ที่ลดแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี

รายงานระบุว่า ภายหลังการกู้ยืมเงินในสหรัฐชะลอตัวช่วงและหลังการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อสองปีก่อน แต่ช่วง 1314 เดือนที่ผ่านมานั้น ชาวอเมริกันได้หันมากู้เงินมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากตัวเลขการจำหน่ายสินค้าช่วงเทศกาลปลายปีที่สูง และยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน พ.ย. และ ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสูงสุดในรอบปี

อย่างไรก็ตาม ด้าน พอล อีเดลสไตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์การเงินจากไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ ออกโรงเตือนว่า การใช้จ่ายของชาวอเมริกันที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงการซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต ในขณะที่รายได้ที่แท้จริงของประชาชนนั้นกลับลดลง โดยระหว่างเดือน ก.ค.ก.ย. 2554 รายได้หลังหักภาษีของชาวอเมริกันนั้นลดลงเกือบ 2%

ทว่า ซุงวอนซอน อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มองว่า ความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นจะยิ่งกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ จ้างพนักงานมากขึ้น โดยสิ่งนี้จะช่วยดันรายได้ของประชาชน ซึ่งสุดท้ายก็จะกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายและจ้างงานมากขึ้น

นอกจากนี้ เอพียังรายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดเอเชีย เมื่อวันที่ 10 ม.ค. พุ่งสูงถึง 102 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัว ซึ่งจะช่วยดันอุปสงค์น้ำมันให้สูงขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันได้ปรับตัวขึ้นทะลุ 100 เหรียญสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่เพิ่มขึ้น  

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI