posttoday
ปี2012 ชี้ชะตากลุ่มยูโรโซน จะอยู่รอดหรือแตกแยก

ปี2012 ชี้ชะตากลุ่มยูโรโซน จะอยู่รอดหรือแตกแยก

04 มกราคม 2555

สื่อนอกเผยปี 2555 คือบททดสอบของกลุ่มยูโรโซน ชี้ชะตาว่าจะรอดหรือแตก ด้านนักวิเคราะห์คาดยูโรโซนถึงจุดแตกหัก สายเกินกู้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สื่อนอกเผยปี 2555 คือบททดสอบของกลุ่มยูโรโซน ชี้ชะตาว่าจะรอดหรือแตก ด้านนักวิเคราะห์คาดยูโรโซนถึงจุดแตกหัก สายเกินกู้

เอเอฟพีเปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ ซึ่งระบุว่าปี 2555 คือบททดสอบสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศยูโรโซน ว่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะฝ่าฟันอุปสรรควิกฤตหนี้สาธารณะครั้งรุนแรงและรักษาสกุลเงินยูโร ซึ่งใช้ร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2545 และเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งเดียวของภูมิภาคเอาไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะต้องแตกเป็นเสี่ยง พร้อมฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกให้ดิ่งเหวสู่ห้วงอันตรายอีกระลอก

รายงานระบุว่า ปี 2554 ที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นปีแห่งความสับสนวุ่นวาย สำหรับกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร 17 ชาติ ภายหลังต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้สาธารณะที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลให้ประเทศสมาชิกต้องตกอยู่ในภาวะล่อแหลมต่อการแตกแยกเต็มที

ปี2012 ชี้ชะตากลุ่มยูโรโซน จะอยู่รอดหรือแตกแยก

ในเบื้องต้นหลายฝ่ายมองว่าปัญหาหนี้สาธารณะเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยที่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากเกิดขึ้นในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กอย่าง กรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส

ทว่าในเวลาต่อมาวิกฤตดังกล่าวก็ได้ลุกลามไปยังประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง อิตาลี สเปน และแม้กระทั่งฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของกลุ่มยูโรโซน ก็พลอยติดร่างแหของปัญหานี้เช่นกัน

ความร้ายแรงของวิกฤตนี้เริ่มปรากฏเด่นชัดเมื่อประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แถลงว่า วิกฤตหนี้ยุโรปที่เกิดขึ้นสามารถทำให้กลุ่มยูโรโซนแตกออกจากกันได้ ขณะเดียวกันผู้นำเมืองน้ำหอมยังได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า “ยุโรปจะอยู่ในสภาพใด ถ้าไม่มีสหภาพยุโรป (อียู)”

ขณะเดียวกันในแถลงการณ์ต้อนรับปีใหม่ บรรดาผู้นำทั่วยุโรปต่างกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ปี 2555 นี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากของภูมิภาคยุโรป

ทั้งนี้ วิกฤตหนี้ยุโรปไม่เพียงแต่เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ แต่ยังลุกลามกลายเป็นปัญหาทางการเมือง ซึ่งเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงผู้นำในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น อิตาลี กรีซ สเปน หรือเบลเยียม ภายหลังถูกประชาชนกดดันอย่างหนักเนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาได้

นอกจากนี้ ผลพวงของวิกฤตหนี้ยังได้กระตุ้นให้เกิดการชุมนุมประท้วงของประชาชนในประเทศต่างๆ เนื่องจากไม่พอใจกับวิธีการแก้ปัญหาของภาครัฐ ที่เดินหน้าแผนรัดเข็มขัดอย่างเคร่งครัด ทั้งการเพิ่มภาษีและการตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐ ซึ่งหมายถึงการตัดลดเงินสวัสดิการของประชาชน

ดังนั้น ปีนี้จึงเป็นเวลาชี้ชะตาของกลุ่มยูโรโซนอย่างแท้จริงว่า จะสามารถรวมกลุ่มกันไว้โดยไม่มีชาติใดต้องถอนตัว รวมทั้งจะสามารถหาหนทางแก้ไขวิกฤตอย่างเป็นรูปธรรมกว่าที่ผ่านมา ตลอดจนป้องกันไม่ให้อิตาลีและสเปนล้มเหมือนกรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิตาลี ซึ่งมีหนี้กว่า 4 แสนล้านยูโร ที่ครบกำหนดชำระต้นปีนี้

ขณะเดียวกัน แม้ว่าในปี 2555 ยูโรโซนจะมีปัจจัยบวกช่วยกอบกู้วิกฤตหนี้จากกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งเป็นกองทุนที่จะเข้ามาแทนที่กองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินของยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) กลางปีหน้า

ปี2012 ชี้ชะตากลุ่มยูโรโซน จะอยู่รอดหรือแตกแยก

แต่ยังไม่ทันได้เปิดตัวก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักวิเคราะห์ว่า กองทุนดังกล่าวมีเงินไม่พออยู่ดีหากจำเป็นต้องช่วยเหลืออิตาลีและสเปน ขณะเดียวกันก็อาจไม่สามารถดึงดูดเงินลงทุนจากจีนและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้มากนัก

ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ของกลุ่มยูโรโซนไม่ค่อยจะสู้ดีนัก บรรดาบริษัทข้ามชาติทั้งในเอเชียและสหรัฐต่างก็เริ่มหันมาร่างแบบโมเดลทางการเงินในอนาคตที่ปราศจากยูโรกันเสียแล้ว

ในส่วนของอังกฤษธนาคารหลายแห่งก็เริ่มวางแผนฉุกเฉินเตรียมรับมือกับกรณีที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งก็คือการล่มสลายของกลุ่มยูโรโซน

ด้าน ฟริต โบเกสสไตน์ อดีตคณะกรรมาธิการอียู มองว่า การแตกแยกของกลุ่มยูโรโซนเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากประเทศสมาชิกขาดหลักในการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยกลุ่มยุโรปเหนือ ซึ่งนำโดยเยอรมนีมองว่าการแก้ไขวิกฤตหนี้ต้องอาศัยวินัยทางการคลัง เช่น การตัดลดรายจ่าย ในขณะที่กลุ่มยุโรปใต้ที่ประกอบไปด้วย อิตาลี สเปน และกรีซ กลับมองว่ามาตรการด้านการเมืองคือ กุญแจสู่การแก้วิกฤตหนี้ครั้งนี้

ความเห็นดังกล่าวสอดรับกันกับมุมมองของ ฌากส์ เดอลอร์ อดีตหัวหน้าคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งระบุว่า แม้ว่าผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสจะสามารถหาข้อสรุปร่วมกันในการควบคุมระเบียบวินัยทางการเงินของยูโรโซนได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็สายเกินแก้แล้ว

รายงานยังระบุอีกว่า กลุ่มยูโรโซนก็ยังพอมีความหวังบ้าง หากอีซีบีก้าวเข้ามามีบทบาทในการแก้วิกฤตครั้งนี้มากขึ้น

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกกลุ่มอียูมีกำหนดประชุมหารือแผนแก้วิกฤตหนี้อีกครั้งภายในวันที่ 30 ม.ค. แต่ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี จะมีการพูดคุยนอกรอบเพื่อเตรียมการก่อนในวันที่ 9 ม.ค.นี้

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI