posttoday
โตเกียว เทรนดี้

โตเกียว เทรนดี้

01 มกราคม 2555

ถนนนาคะมิจิ (Nakamichi) ถึงแม้จะเป็นถนนที่ไม่ยาวนัก แต่ก็อัดแน่นไปด้วยร้านค้ามากมายครับ

ถนนนาคะมิจิ (Nakamichi) ถึงแม้จะเป็นถนนที่ไม่ยาวนัก แต่ก็อัดแน่นไปด้วยร้านค้ามากมายครับ

ร้านค้าแต่ละร้านก็น่าแวะเข้าไปชมและเข้าไปชิมเป็นอย่างยิ่ง เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ร้านคุ้นเคย มีแต่ร้านท้องถิ่นไม่เป็นที่คุ้นตา เว้นแต่ร้านกาแฟระดับโลกอย่าง สตาร์บัคส์ ที่ชอนไชไปทุกซอกของญี่ปุ่นจริงๆ อันนี้ต้องยอมยกให้เขาเจ้าหนึ่ง ผมใช้เวลาเดินบนถนนเส้นนี้นานมาก เพราะหลงเสน่ห์บรรยากาศประสมรวมของที่นี่ ที่บ้านและร้านค้าถูกจัดเรียงกันอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เหมือนจังหวะขึ้นลงของโน้ตดนตรี และด้วยความต่างของตัวโน้ตนี่เอง เสียงเพลงที่ไพเราะจึงเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกันกับการเดินเล่นบนถนนนาคะมิจิที่เพลิดเพลินเหมือนกำลังเดินอยู่บนเสียงดนตรี

โตเกียว เทรนดี้

และก็เหมือนกับหลายย่านที่ผ่านมา ร้านที่ผมเห็นเป็นประจำสม่ำเสมอก็คือ ร้านทำผม บนถนนเส้นนี้มีร้านทำผมไม่น้อยกว่าที่ไหนๆ ถ้าเทียบกับความหนาแน่นของผู้คนแล้วกะด้วยสายตา ต้องบอกว่าเหลือเฟือเกินพอ ดีไม่ดีจะมีมากกว่าในสยามสแควร์บ้านเราเสียอีก แต่ก็จะสิ้นความแปลกใจเพราะถ้าเดินไปจนสุดถนน อาคารที่พักอาศัยเกาะกลุ่มกันอยู่ไม่น้อย และเมื่อมาคิดอีกที ที่ญี่ปุ่นนี่ไม่เคยมีอะไรเหลือเฟือ อาจเป็นเพราะจังหวะเวลาที่ผมไปไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสม ร้านทำผมเหล่านั้นจึงดูหงอยเหงาไปถนัดตา ร้านค้าอีกประเภทที่อยู่คู่ชุมชนเสมอคือ ร้านขายอาหารสด ภาพคุณแม่บ้านที่ยืนรุมกันซื้อวัตถุดิบที่หน้าร้านเพื่อนำไปประกอบอาหารเย็นให้ครอบครัวเป็นภาพที่หาดูไม่ได้ในย่านการค้าหลักอย่างชินจูกุ หรือกินซ่า แต่เป็นภาพที่ผมมองแล้วสบายตากว่า เพราะว่าเป็นภาพของวิถีชีวิตที่ทำให้เราเต็มอิ่มและรู้สึกถึงคุณค่าของการเดินเที่ยวในครั้งนี้

สมัยก่อนบ้านเรามีร้านประเภทหนึ่งเรียกว่า ร้านเครื่องไฟฟ้า ที่ปัจจุบันล้มหายไปเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แทบไม่มีใครจะไปซื้อเครื่องไฟฟ้ากันที่ร้านแบบนี้ เพราะไปเดินเลือกซื้อตามห้างสบายกว่า แอร์ก็เย็น สินค้าก็หลากหลาย แถมยังมีโปรโมชันกับบัตรเครดิตต่างๆ มากมาย ที่ถนนนาคะมิจิมีร้านเครื่องไฟฟ้าน่าสนใจอยู่ร้านหนึ่ง ผมไม่ทราบว่าป้ายหน้าร้านจะเป็นชื่อร้านด้วยหรือเปล่า เขาติดป้ายว่า Video Information Center แต่เดาเอาว่าน่าจะใช่ เพราะมีตุ๊กตาคนใส่กางเกงในตัวเดียวยืนถือกล้องวิดีโอรุ่นประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ยืนคู่กับป้ายร้านเป็นที่เตะตาผมมาก การจัดร้านผมว่าถูกใจคนที่ชอบรื้อค้น เพราะมีสินค้าทั้งเครื่องไฟฟ้าและไม่ใช่เครื่องไฟฟ้าวางปะปนกันไป ไม่ค่อยจะมีระเบียบ ดูแล้วน่าสนุก บนชั้นเดียวกันมีทั้งหูฟัง เครื่องฟอกอากาศ หม้อต้มกาแฟ และไม้ถูพื้นอัตโนมัติถูกจัดวางอยู่ด้วยกัน แบบนี้มันร้านจีฉ่อย หรือดองกี้โฮเตในภาคเครื่องไฟฟ้าชัดๆ ผมไม่มีวันพลาดร้านสนุกๆ อย่างนี้แน่นอน เดินดูไปเรื่อยๆ ตู้แช่ไวน์ เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องชงกาแฟ และโทรศัพท์ถูกจัดไว้ในหมวดเดียวกัน ชั้นวางหม้อคุณภาพดี มีแปรงปัดฝุ่นและถังขยะลายการ์ตูนวางไว้ให้เข้าพวก อีกข้างดูเป็นหมวดหมู่ชัดเจนกว่า จักรยานสารพัดรุ่น และอุปกรณ์เสริม เช่น หมวกกันน็อก ที่นั่งสำหรับเด็ก สนับเข่า กระเป๋าข้าง ฯลฯ รวมกันอยู่เหมือนเครือญาติ แต่ยังไม่วายที่จะต้องมีเครื่องดูดฝุ่นมาแซมให้ขัดตา เหมือนกับเกรงว่าจะเสียมาตรฐานร้านไป ตรงทางเข้าร้านก็มีถ่านไฟฉายหลายขนาดหลายยี่ห้อวางสลับกับแผ่นซีดีเปล่า และเมโมรีการ์ด โดยมีน้ำยาอีเอ็มวางอยู่ใกล้ๆ ใครจะลองนำไอเดียนี้ไปลองใช้เปลี่ยนแปลงร้านของท่านให้สนุกสนานขึ้น ลูกค้าที่เคยหนีไปเดินซื้อในห้างอาจกลับมาอุดหนุนก็ได้นะครับ เพราะคนไทยชอบอะไรที่สนุกอยู่แล้ว

ฝั่งตรงข้ามกับร้านเครื่องไฟฟ้าเป็นร้านขายของกระจุกกระจิก ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า Zakka แต่บ้านเราเรียกว่าร้าน Gift Shop เป็นร้านเล็กๆ แต่โดดเด่นด้วยสีฟ้าน้ำทะเล ทั้งแบบฟ้าล้วน และลายเส้นฟ้าสลับขาว เห็นแล้วชวนให้เดินเข้าไปจริงๆ ข้าวของก็เป็นไปตามมาตรฐานร้านแบบนี้ ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ผ้าขนหนู กระเป๋า รองเท้าผ้า ถ้วยน้ำชา ถ้วยกาแฟ กล่องข้าว สารพัดสิ่งให้เลือก ที่ถูกใจผมที่สุดไม่ใช่ของในร้าน แต่เป็นม้านั่งลายฟ้าขาวที่วางไว้หน้าร้าน เหมือนเชิญชวนให้ใครๆ ที่ผ่านไปผ่านมาได้มานั่งพักหย่อนขา และที่สะดุดตาอีกอย่างคือ กระบวยรดน้ำสีฟ้าสดที่วางอยู่บนม้านั่ง มองดูก็รู้ว่าจงใจให้เป็นเครื่องประดับ แต่มันก็ลงตัวเป็นที่สุด เพราะรับกับกระถางต้นไม้ที่ด้านข้างอย่างเหมาะเจาะ ร้านนี้มีป้ายชื่อเป็นรูปหัวใจแขวนไว้ให้เห็นเด่นแต่ไกล เขียนว่า coeur de coeur ที่ตอนนั้นไม่รู้แปลว่าอะไร กลับมาลองเปิดดิกดูถึงได้รู้ว่าร้านนี้เขาขายของด้วยความรักจากหัวใจทั้งดวงนั่นเอง ถ้าใครทำธุรกิจหรือทำงานด้วยความรักงานนั้นจากใจแล้ว ผมเชื่อว่าเขาเหล่านั้นคงมีความสุขเป็นอันมาก เพราะผมเองก็โชคดีที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก ถึงแม้บางครั้งอาจจะล้มเหลวและเสียหายไปบ้าง แต่อย่างน้อยเราก็มีความสุขในระหว่างที่ได้ทำมันอยู่ และในโอกาสที่วันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่พอดี ผมขอเอาใจช่วยให้ท่านผู้อ่านได้ทำงานที่ตัวเองรักและประสบความสำเร็จในงานที่ท่านทำตลอดปี พ.ศ. 2555 นะครับ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน