posttoday
ปึ้งเยือนเขมรหารือชื่นมื่น

ปึ้งเยือนเขมรหารือชื่นมื่น

29 ธันวาคม 2554

“สุรพงษ์” เยือนกัมพูชา หารือ “ฮอร์ นัมฮง” ชื่นมื่น เดินหน้าแบ่งปันผลประโยชน์ทางทะเล ปมวีระ-ราตรี เขมรเสนอขอแลกตัวนักโทษ

“สุรพงษ์” เยือนกัมพูชา หารือ “ฮอร์ นัมฮง” ชื่นมื่น เดินหน้าแบ่งปันผลประโยชน์ทางทะเล ปมวีระ-ราตรี เขมรเสนอขอแลกตัวนักโทษ

มีรายงานจากกรุงพนมเปญว่า  นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เดินทางเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการหลังเข้ารับตำแหน่งตามคำเชิญของนายฮอร์นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา โดยได้เข้าหารือเต็มคณะระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศ โดยนายฮอร์นัม ฮง กล่าวต้อนรับคณะของไทยและย้ำถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนาน ขณะที่นายสุรพงษ์ กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาที่ให้การต้อนรับอย่างดี พร้อมกับระบุว่าการเดินทางมาเยือนในครั้งนี้เสมือนเป็นการเปิดศักราชใหม่ด้านความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยขอให้แยกปัญหาที่มีอยู่ออกจากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนาน โดยไทยพร้อมให้ความร่วมมือในทุกด้าน และรัฐบาลไทยมุ่งดำเนินนโยบายส่งเสริมความสัมพันธ์ รวมถึงการพัฒนาในด้านต่างๆด้วย

หลังจากการหารือ นายฮอร์นัมฮง แถลงว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศมิตรไมตรีและจริงใจต่อกัน ทั้งนี้ฝ่ายกัมพูชาขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นมีความคืบหน้าในทางที่ดีขึ้นในแต่ละวัน ในแง่การค้าซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาทต่อปีนั้น ตนเชื่อมั่นว่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นทุกปี ในการหารือยังได้แสดงความหวังว่าไทยคงจะเดินหน้ากระบวนการภายในเพื่อปฏิบัติตามศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก พร้อมกับรายงานให้ศาลโลกได้รับทราบด้วย ซึ่งนายสุรพงษ์ แสดงความเห็นด้วยที่ทั้งสองประเทศจะต้องปฏิบัติตามมาตรการชั่วคราวที่เป็นไปตามคำสั่งศาลโลก ที่จะให้ถอนทหารในพื้นที่บริเวณที่ศาลโลกกำหนด และเห็นด้วยที่จะให้จัดประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือเจบีซี ไทย-กัมพูชา ในอนาคตเพื่อให้สามารถก้าวเข้าไปสู่การปักปันเขตแดนที่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งถือว่าสามารถทำได้ก่อนในระหว่างที่ยังรอคำตัดสินของศาลโลก

นายฮอร์นัมฮง กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ รมว.พลังงานของไทย ได้เดินทางมาพร้อมคณะด้วย ซึ่งเมื่อช่วงเช้าได้พบหารือกับ นายซก อัน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อหารือถึงเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลด้วย โดยตนได้แจ้งต่อ นายสุรพงษ์ว่า การพบกันครั้งนี้จะนำไปสู่การแบ่งปันผลประโยชน์ทางทะเลร่วมกัน ซึ่งมีทรัพยากรมากมายทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ก็จะสามารถนำพลังงานมาใช้สำหรับสองประเทศได้ โดยกัมพูชาไม่ต้องการอะไร แค่ขอส่วนแบ่งที่เหมาะสม นายสุรพงษ์ก็ได้บอกว่าได้รับแต่งตั้งเป็นประธานแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งถือเป็นข่าวดี โดยนายสุรพงษ์ รับปากจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา

รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงปัญหาของนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ว่าจะมีการลดโทษหรือขออภัยโทษได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งฝ่ายไทยได้ขอบคุณที่ได้ดูแลความเป็นอยู่ของทั้งสอง และตนได้เรียนให้นายสุรพงษ์ ทราบว่า รัฐบาลกัมพูชา ได้ดูแลความเป็นอยู่ให้ดี ส่วนเรื่องการลดโทษ ต้องดูที่หลักความจริง โดยกฎหมายกัมพูชามีอยู่ว่านักโทษต้องได้รับโทษ 2 ใน 3 ก่อนจึงจะสามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้ ซึ่งตนได้แจ้งต่อนายสุรพงษ์ว่า หากไทยขอแลกเปลี่ยนนักโทษเป็นกลุ่ม ทางกัมพูชาก็รับข้อเสนอนี้

ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า การเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากการหารือของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อครั้งเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ก็เพื่อเตรียมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี หรือเจซี ไทย-กัมพูชา ครั้งต่อไปที่จะมีไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2555 ซึ่งได้ตกลงกับนายนัม ฮง ว่าจะประชุมกันระหว่างวันที่ 29 ก.พ.- 1 มี.ค.2555 ซึ่งคาดว่าจะเป็นการหารือร่วมกันอย่างจริงจัง ที่นับว่าจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ นอกจากนี้การเดินทางครั้งนี้ มี รมว.พลังงาน ร่วมคณะมาด้วย เพื่อหารือถึงประเด็นการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจาเขตพื้นที่ทางทะเลนั้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเดินหน้าเรื่องเขตแดนทางทะเลต่อไปหรือไม่อย่างไร โดยขณะนี้คณะกรรมการด้านเทคนิค กำลังประมวลความเห็นจากราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาพิจารณา ซึ่งหากเดินหน้าต่อก็จะนำเสนอกรอบการเจรจาให้รัฐสภาเพื่อเห็นชอบก่อน

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการประชุมอาเซียนในปี 2555 ที่จะมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพนั้น ไทยพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับกัมพูชาอย่างเต็มที่เพื่อให้มีการจัดประชุมได้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยหวังว่ากัมพูชาจะนำเรื่องการพัฒนาศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติทางน้ำ มาผลักดันร่วมกันต่อไป

ด้าน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงการหารือร่วมกับนายซก อัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า การหารือในครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ทั้งสองประเทศต้องการพัฒนาด้านพลังงานร่วมกัน โดยเฉพาะการใช้พลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ยกเลิกเอ็มโอยูไป ดังนั้นต้องรอความชัดเจนจากกระทรวงการต่างประเทศในการดำเนินการเรื่องนี้ ว่าจะนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบมติ ครม.ของรัฐบาลที่แล้วในการยกเลิกเอ็มโอยูด้านพลังงานระหว่างไทย-กัมพูชาหรือไม่ หรือจะดำเนินการต่ออย่างไร ซึ่งถ้าหากครม.เห็นชอบให้เดินหน้าต่อก็ต้องนำเข้าสู่การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณา อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานเห็นว่าเรื่องนี้ควรเดินหน้าต่อ เพราะอีกไม่ถึง15 ปี ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยก็จะหมดลง และเราต้องนำเข้าทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นทั้งก๊าซและไฟฟ้า ซึ่งหากเดินหน้าโครงการนี้ต่อก็จะทำให้เรามีก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนใช้ได้อีก 30-40 ปี ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของคนไทยไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าและโรงงานปิโตรเคมีคอลร่วมกันด้วย 

 

ปึ้งเยือนเขมรหารือชื่นมื่น ภาพ-เอเอฟพี

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน