posttoday
มะกัน2012มีความหวัง-ลุ้นหนี้ยุโรป

มะกัน2012มีความหวัง-ลุ้นหนี้ยุโรป

28 ธันวาคม 2554

การจ้างงานจะดีขึ้นธนาคารเริ่มปล่อยกู้มากขึ้นแล้ว แต่ลุ้นหนักวิกฤตหนี้ยุโรปหัวหรือก้อย

การจ้างงานจะดีขึ้นธนาคารเริ่มปล่อยกู้มากขึ้นแล้ว แต่ลุ้นหนักวิกฤตหนี้ยุโรปหัวหรือก้อย

คาดเศรษฐกิจสหรัฐปี 2555 มีความหวังมากขึ้นกว่าปีนี้ แต่ทว่ายังต้องผวากับความเสี่ยงใหญ่จากวิกฤตหนี้ในยุโรป หากสถานการณ์ถึงวิกฤต มะกันจะทรุดตัวลงทันที

สำนักข่าวเอพี เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ต่างเห็นตรงกันว่าในปี 2555 เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวและมีอัตราการเติบโตที่เร็วขึ้น ถ้าหากไม่ถูกผลกระทบรุนแรงจากวิกฤตหนี้ในยุโรปเล่นงานเอาเสียก่อน

การสำรวจจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ภาคเอกชน และบรรษัทต่างๆ กว่า 30 แห่ง เห็นว่าในปี 2555 เศรษฐกิจสหรัฐจะมีอัตราการเติบโตที่ 2.4% ส่วนในปี 2554 ที่กำลังจะสิ้นสุดในอีกไม่กี่วันนี้นั้นมีอัตราการเติบโตไม่ถึง 2%

สำหรับอัตราการว่างงานในสหรัฐ คาดว่าจะลดลงเรื่อยๆ หลังจากที่ตัวเลขการว่างงานในเดือน พ.ย. ล่าสุดลดต่ำลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2551 มาอยู่ที่ 8.6%

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกมาจากการต่ออายุนโยบายการลดภาษีสวัสดิการสังคมลงด้วย ซึ่งกำลังจะหมดอายุในปีนี้ กระนั้นสภาคองเกรสอาจจะต่ออายุไปอีก 2 เดือนเท่านั้น

นักเศรษฐศาสตร์ยังคาดการณ์ด้วยว่า จะมีการสร้างงานในสหรัฐที่ประมาณ 1.77 แสนตำแหน่งต่อเดือน จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงปลายปี 2555 ทีเดียว

ด้าน ดีน มากี หัวหน้าคณะนักเศรษฐ ศาสตร์จากกองทุนบาร์เคลย์ส ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐก็ยังคงมีความเสี่ยงจากภาวะช็อกจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ในยุโรป ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดที่อาจจะส่งผลกระทบไปทั่วโลกเหมือนเมื่อครั้งวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551

มากี กล่าวด้วยว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐมีอัตราการเติบโตที่ราว 4-5% นั้น ภาวะช็อกจากยุโรปอาจจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วเศรษฐกิจสหรัฐมีอัตราการเติบโตที่ 2-3% เท่านั้น ซึ่งความเสี่ยงจากยุโรปจะกระทบต่อการ สร้างงานในสหรัฐอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีก เช่น ภาวะตันในสภาคองเกรสเองต่อการอนุมัติงบประมาณที่เกิดการคัดง้างกันระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันมาอย่างต่อเนื่อง และถ้าหากกระแสโลกเกิดวิกฤตการประท้วงรุนแรงเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอาหรับขึ้นอีก ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเชื่องช้าลงได้ทันที

ขณะเดียวกันจากข้อมูลทางสถิติของธนาคารกลางสหรัฐ เปิดเผยว่า ธนาคารเอกชนในสหรัฐเริ่มกลับมาปล่อยกู้ได้มากอีกครั้งแล้ว ทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่อปีพุ่งขึ้นไปที่ 8.2%

ทั้งนี้ การปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐหดตัวลงมาตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปี 2551 จนถึงกลางปี 2554 ก่อนที่จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

การปล่อยกู้ในภาคธุรกิจนั้นถือว่าทำได้ดีที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมานี้ และช่วยจุดกระแสความหวังว่า จะทำให้เกิดการลงทุนในตลาดทุนเพิ่มมากขึ้นด้วย พร้อมกับการขยายตัวของภาคธุรกิจ

ขณะที่การปล่อยกู้เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมนั้น มีอัตราการเติบโตมากกว่า 20% ในเดือน ส.ค. และมากกว่า15% ในเดือน ต.ค. ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นมาทีเดียว  

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI