
เฟดตีกรอบแบงก์รายใหญ่ สกัดไข้‘แฮมเบอร์เกอร์2’
สหรัฐเตรียมกำหนดกรอบบริหารธนาคารเอกชนรายใหญ่เข้มกว่าเดิม ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อภาคการเงิน หวั่นซ้ำรอยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008
สหรัฐเตรียมกำหนดกรอบบริหารธนาคารเอกชนรายใหญ่เข้มกว่าเดิม ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อภาคการเงิน หวั่นซ้ำรอยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมใช้มาตรการลดความเสี่ยงต่อภาคการเงิน เตรียมกำหนดมาตรการให้ธนาคารรายใหญ่ของประเทศวางมาตรการการบริหารที่เข้มงวดมากขึ้น พร้อมกับกำหนดให้คณะกรรมการบริหารของบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศดูแลจัดการด้วยมาตรการที่รัดกุมมากกว่าเดิม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นซ้ำ
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า มาตรการที่เฟดเตรียมเสนอขึ้นนั้นจะมีผลบังคับใช้กับบริษัทต่างๆ และยังกำหนดให้คณะกรรมการบริหารบริษัทจำเป็นที่จะต้องลงไปดูแลและอนุมัติแผนการเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากปัญหาสภาพคล่องมากขึ้น
การแก้ปัญหาดังกล่าวของเฟดนั้น มีขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำจากเมื่อครั้งการล้มละลายของสถาบันการเงินเมื่อ 3 ปีก่อน โดยในครั้งนี้เฟดจะมุ่งเป้าหมายการควบคุมไปที่ธนาคารรายใหญ่ต่างๆ ที่มีทรัพย์สินที่ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่านั้น
มาร์ก ที วิลเลียม อดีตผู้ตรวจสอบบัญชีธนาคารพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า เฟดพยายามที่จะช่วยเหลือภาคธนาคารให้มีสุขภาพที่ดี เนื่องจากไม่สามารถกำหนดให้ธนาคารเหล่านั้นเพิ่มระดับทุนสำรองของตัวเองได้ในชั่วเวลาข้ามคืน
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีรวมธนาคารเคบีดับเบิลยู อินเด็กซ์ ซึ่งร่วงลงถึง 30% ตลอดปีที่ผ่านมานี้ ดีดตัวขึ้นมาอยู่ในแดนบวกได้ที่ 4.1% ทันที ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี-500 ก็ปรับขึ้นถึง 3% ที่นิวยอร์กด้วย
“ข้อเสนอดังกล่าวจะประกอบไปด้วยข้อกำหนดต่างๆ ที่จะลดความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการล้มเหลวของบริษัทสำคัญๆ ได้ และจะช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปยังภาคธนาคารและเศรษฐกิจในภาครวม ถ้าบริษัทใดบริษัทหนึ่งเกิดล้มละลายขึ้นมา” เฟดระบุ ซึ่งคาดว่าแผนการดังกล่าวจะร่างแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.ปีหน้า







