
อียูแตก
ความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษพุ่งขึ้นทันทีจากการสำรวจ
ความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษพุ่งขึ้นทันทีจากการสำรวจ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ครั้งล่าสุดหลังจากมีท่าทีไม่เห็นด้วย และปฏิเสธการแก้ไขสนธิสัญญายุโรปที่จะทำให้ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเสียอธิปไตยทางการเงินครั้งสำคัญ อังกฤษเป็นชาติที่ตะโกนค้านดังที่สุด
ความนิยมของ คาเมรอน กระโดดพรวดไปที่ 40% เป็นครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อเดือน พ.ค. ปี 2553 เสียด้วย แสดงให้เห็นว่าชาวอังกฤษยอมรับ ถ้าจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกอียู
เข้าทำนอง “แพแตก” ก็ว่าได้ เพราะยุโรปขณะนี้มีแต่ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาหนี้ที่เรื้อรังและแก้ยาก ยิ่งอยู่ยุโรปจะแก้สนธิสัญญาให้อำนาจกับส่วนกลางเข้าแทรกแซงนโยบายงบประมาณแต่ละชาติสมาชิก ยิ่งทำให้ยุโรปที่มีเศรษฐกิจดีอยู่แล้วเริ่มเบือนหน้าหนีมากขึ้นครับ
มีหลายชาติในสหภาพยุโรปครับ ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีความร่ำรวย แต่ไม่ได้ใช้เงินสกุลยูโรในจำนวนนี้ที่จำได้ก็มี อังกฤษ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก จำพวกนี้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมีต้นตอมาจากประเทศกลุ่มที่ใช้เงินสกุลยูโร ซึ่งมีอยู่เพียง 17 ประเทศเท่านั้น แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกลับจะต้องให้สมาชิกทั้ง 27 ประเทศร่วมรับผิดชอบ หลายชาติจึงเห็นว่าไม่ยุติธรรมเท่าไหร่นัก
ว่ากันตามตรง การรวมกลุ่มของชาติสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีอยู่ 27 ชาติ ในปัจจุบันนี้นั้นมีทั้งข้อดีข้อเสียมากมาย แน่นอนว่าการรวมกลุ่มกันจะสร้างการต่อรองทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เกิดการเข้าถึงทรัพยากรในกลุ่มประเทศสมาชิกได้สะดวกขึ้น
แต่ข้อเสียก็มีมาก เพราะ 27 ชาตินั้นมีความมั่งคั่ง มีเศรษฐกิจที่ต่างกัน ในช่วงหลังๆ มานี้ สหภาพยุโรปรับสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่จะเป็นชาติยุโรปตะวันออก ซึ่งมีฐานะจนกว่าฝั่งตะวันตก เกิดการไหลของแรงงานเข้าสู่ฝั่งตะวันตกเป็นจำนวนมาก จนเกิดปัญหาแรงงาน การแย่งงานขึ้น ตามมาด้วยปัญหาสังคมในฝั่งยุโรปตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ
และจากวิกฤตหนี้ที่เกิดขึ้น เห็นกันชัดว่าเมื่อเกิดปัญหา ขึ้นแต่ละชาติก็ไม่อยากจะเข้าไปช่วยเหลือเท่าไหร่หรอกครับ อย่างคนเยอรมันเองก็ไม่อยากเห็นรัฐบาลของตัวเองต้องเจียดเงินภาษีของประชาชนไปช่วยเหลือกรีซเท่าไหร่ เพราะกรีซบริหารบ้านเมืองแบบไร้วินัยอย่างเลวร้าย ในเมื่อทำตัวเองแล้วทำไมคนเยอรมันต้องเข้าไปช่วย
บรรยากาศของยุโรป ท่ามกลางสภาวะวิกฤตหนี้นั้นอึมครึมหนักอยู่แล้ว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซ้ำร้ายเมื่อที่ประชุมสหภาพยุโรปกำลังเดินหน้ามาตรการแก้ไขสนธิสัญญา เพื่อกรุยทางสู่การล้วงข้อมูลนโยบายของชาติสมาชิก พร้อมกำหนดเงื่อนไขการลงโทษสมาชิกที่รุนแรงเข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศแห่งการรวมเป็นหนึ่งเดียวของยุโรปนั้นยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ
อังกฤษกำลังจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกแยกของอียูครับ







