
อึมครึม
ต้องยอมรับว่าภาวะน้ำท่วมใหญ่ในช่วงหลายเดือนมานี้
ต้องยอมรับว่าภาวะน้ำท่วมใหญ่ในช่วงหลายเดือนมานี้
โดย..นันทิยา วรเพรชายุทธ
ทำให้โฟกัสของข่าวเน้นไปที่เรื่องราวน้ำท่วมมากเป็นพิเศษ ไม่เว้นแม้แต่ข่าวต่างประเทศ เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่ไทยแลนด์ของเราจะกลายเป็นที่จับจ้องมากเช่นนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่ข่าวดีนักก็ตาม
แต่แน่นอนว่าเราก็ยังไม่พลาดการโฟกัสไปที่บรรยากาศเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ 2 ปัญหาหลักเรื่องหนี้ของยุโรปและสหรัฐ เพราะเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อไทยและประเทศต่างๆ ได้มากที่สุด ชนิดที่ว่าต้องจับตาไม่กะพริบ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะช็อกเหมือนเมื่อครั้งแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส ในปี 2008
ในสัปดาห์นี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ประเมินทั้งภาครัฐและเอกชนในเอเชียว่าจะสามารถรับมือได้ดีขนาดไหน หากเจอวิกฤตการณ์เศรษฐกิจระลอกใหม่จากยุโรป ซึ่งเป็นที่น่าดีใจในระดับหนึ่งว่าภูมิภาคเอเชียของเราจะมีภูมิต้านทานดีที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ได้เตรียมกระจายความเสี่ยงแล้ว ด้วยการลดการส่งออกไปยังตะวันตก และหันมาพึ่งการค้าภายในภูมิภาคกันมากขึ้นแทน ขณะที่ในระดับภาครัฐนั้น ก็ยังถือว่าเอเชียของเรามีความแข็งแกร่งมากกว่าเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในทวีปอื่นๆ
แต่ถึงอย่างนั้นประเทศไทยเราก็กลายเป็นจุดอ่อนที่สุดร่วมกับมาเลเซีย หากโลกเกิดวิกฤตครั้งใหม่ขึ้นจริง เพราะ 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงกว่าประเทศอื่นๆ และรัฐบาลแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก หลังจากที่ใช้ไปแล้วมหาศาล
จุดนี้น่าจะถือเป็นสัญญาณเตือนที่ดีถึงความไม่ประมาท ไม่ว่าจะในระดับรัฐหรือประชาชนก็ตาม โดยเฉพาะหลังจากที่เราเพิ่งเผชิญวิกฤตน้ำท่วม จนเสียหายนับแสนล้านบาท และหากพิจารณาปัจจัยภายนอกในยุโรปวันนี้ก็ยังมีความเสี่ยงสูงชนิดที่ไม่อาจละสายตาได้เช่นกัน
ล่าสุด โปรตุเกสกลายเป็นอีกหนึ่งชาติในยุโรปแล้วที่ถูกหั่นอันดับเครดิตหนี้ลงเหลือระดับ จังก์ บอนด์ เนื่องจากฟิทช์ เรทติ้งส์ มองว่ามีระดับหนี้สูงบนแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
ขณะที่เบอร์ 1 ในยุโรปอย่างเยอรมนี ก็เพิ่งเจอความท้าทายหมาดๆ เมื่อการประมูลขายพันธบัตรรัฐบาลงวดล่าสุด ทำได้ไม่ตามเป้า ขายได้แค่ 60% เท่านั้น ทั้งที่พันธบัตรเยอรมนีได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดใน 17 ประเทศกลุ่มยูโรโซน จนเริ่มทำให้หลายฝ่ายวิตกว่า อะไรๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ในวิกฤตหนี้ยุโรป ที่ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี
เข้าปลายปีแบบนี้แล้วก็ทำใจได้เลยว่า ภาวะที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เช่นนี้น่าจะยืดเยื้อ และฉุดให้บรรยากาศเศรษฐกิจโลกอึมครึมต่อเนื่องไปถึงปีหน้าอีก 1 ปีเป็นอย่างน้อย







