
อุปสรรคแปซิฟิก
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ของอินโดนีเซีย
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ของอินโดนีเซีย
ระบุว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บรรดาผู้นำนานาประเทศทั่วโลกต่างเดินสายเข้าร่วมการประชุมระดับชาติเป็นว่าเล่น
เพราะจบจากการประชุมจี20 ที่เมืองคานส์ ก็ต่อด้วยการประชุมประชาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่โฮโนลูลู ก่อนจะตามด้วยการประชุมเอเชียตะวันออกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยจะเป็นครั้งแรกที่สหรัฐและรัสเซียเข้าร่วม
ทั้งนี้ สำหรับการประชุมเอเปกที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปนี้ การเจรจาที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดก็คือกรอบเจรจาข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่มีประเทศสมาชิก 9 ประเทศ และมีสหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การฟื้นฟูความแข็งแกร่งและเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน
อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการจาการ์ตาโพสต์ ระบุว่า ปัญหาของทีพีพีในขณะนี้ก็คือ ขาดหัวเรือใหญ่หรือผู้นำที่จะทำให้ทีพีพีสำเร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างงดงาม
จาการ์ตาโพสต์เห็นว่า แม้สหรัฐจะมีท่าทีกระตือรือร้นต่อทีพีพีมากจนหลายฝ่ายเปรียบเปรยว่าคล้ายต้องการให้สหรัฐกลายเป็นประธานาธิบดีแห่งแปซิฟิก
แต่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายใน ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ และปัญหาการว่างงาน ก็อาจจะทำให้สหรัฐไม่อาจเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้เต็มตัว
ขณะที่ประเทศยักษ์ใหญ่จากเอเชียอย่างจีน ก็มีปัญหาภายในประเทศให้ต้องจัดการ อีกทั้งความสัมพันธ์กับสหรัฐที่ลุ่มๆ ดอนๆ ก็ส่งผลให้จีนเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์จากภายนอกต่อไป
อย่างไรก็ตาม การหวังให้ทั้งสองชาติจับมือร่วมกันเพื่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงนำเศรษฐกิจในภาคพื้นแปซิฟิกก็ดูจะเป็นความฝันที่เกินตัวเกินไป
จาการ์ตาโพสต์สรุปว่า ตราบใดที่จีนและสหรัฐยังไม่สามารถจับมือกันได้อย่างสนิทใจ ตราบนั้นทีพีพีก็ยังคงต้องจำกัดวงแคบอยู่แต่ในประเทศสมาชิกต่อไป







