
โลกมองไทย
สำนักข่าวเสียงอเมริการายงานอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักว่า
สำนักข่าวเสียงอเมริการายงานอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักว่า
สถานการณ์นํ้าท่วมในไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ทำลายพื้นที่ปลูกข้าวจนทำให้ผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดโลกในปีนี้หายไปเป็นจำนวนมาก จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวในตลาดโลกมากนัก เพราะยังมีปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่างมาสกัดไว้
ซามาเรนดู โมฮันตี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (อีรี) ที่ฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าผลผลิตข้าวจากไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้มากถึง 7 ล้านตัน แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจำนวนเล็กน้อยเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนปริมาณข้าวทั้งหมดที่จะออกสู่ตลาดโลกในปีนี้ ซึ่งคาดการณ์กันไว้ที่ 25 ล้านตัน
ดังนั้น ปริมาณผลผลิตข้าวที่ขาดหายไปจากไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวมากนัก เพราะปริมาณข้าวอีกกว่า 20 ล้านตัน ยังมีหลงเหลืออยู่ในตลาดโลก
นอกจากนั้น โมฮันตี ยังชี้ให้เห็นอีกว่าราคาข้าวจะไม่สูงขึ้นเหมือนในปี 2552 เพราะในปีนี้ปริมาณข้าวในสต๊อกสำรองมีปริมาณสูงกว่าในปี 2552 มาก
ในขณะที่นักวิเคราะห์ตลาดการค้าข้าวหลายคน ให้ความเห็นว่า เหตุน้ำท่วมไทยส่งผลให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้นสูงนั้น จะเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
นอกจากนั้นยังบอกอีกด้วยว่า ผลจากที่อินเดียได้ยกเลิกนโยบายห้ามการส่งออกข้าวสายพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่สายพันธุ์บาสมาติ ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกมีเพิ่มมากขึ้น และจะเข้ามาทดแทนการขาดหายไปของข้าวไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย
ขณะที่ คอนเซปเพียน คาเป นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ที่อิตาลี ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาข้าวที่จะปรับตัวสูงขึ้นจะเกิดขึ้นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ทั้งนี้ คาเป ให้เหตุผลว่า ปริมาณข้าวในสต๊อกภายในประเทศยังมีมากอยู่ 56 ล้านตัน ประกอบกับผลผลิตจากการปลูกข้าวนอกฤดูที่จะมีการปลูกภายหลังน้ำลดจะช่วยชดเชยการขาดหายไปของข้าวที่สูญเสียจากน้ำท่วมได้
นอกจากนี้ ผลผลิตข้าวจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ล้วนแล้วแต่มีผลผลิตออกมาในปีนี้มากเกินคาด อย่างเช่น จีน เวียดนาม อินเดีย และบังกลาเทศ ดังนั้น จึงมาชดเชยข้าวจากไทยในตลาดโลกได้อย่างไม่ยากเย็น







