
สองแพร่ง
โลกกำลังเดินทางมาถึงทางสองแพร่ง สองจิตสองใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกันดี ทางหนึ่งกระแสก็บอกว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดี อีกทางบอกว่าแม้ฟื้นตัวจริง แต่เป็นไปอย่างเปราะบางยิ่ง
โลกกำลังเดินทางมาถึงทางสองแพร่ง สองจิตสองใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกันดี ทางหนึ่งกระแสก็บอกว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดี อีกทางบอกว่าแม้ฟื้นตัวจริง แต่เป็นไปอย่างเปราะบางยิ่ง
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉินธนาคาร อีก 0.25% ไปอยู่ที่ 0.5% เป็นสัญญาณถึงการถอดถอนมาตรการช่วยเหลือภาคการเงินของสหรัฐแล้ว หลังจากที่เฟดเห็นว่า สภาพตลาดทุนเริ่มคล่องตัวมากขึ้น ภาคธนาคารเริ่มกลับมาทำกำไรอีกครั้งหนึ่ง
แต่การขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉินของธนาคารที่ว่านั้นเป็นเพียงความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นเอง เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งเฟด และกระทรวงการคลังก็บอกมาเป็นระยะๆว่าจะเริ่มหยุดให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารแล้วครับ ดังนั้น การขึ้นดอกเบี้ยที่ว่า จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของวอลสตรีทอะไรมากนัก
ที่สำคัญกว่า คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคจริง ซึ่งเฟด ย้ำว่า จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยพื้นฐานที่ขณะนี้อยู่ที่ 0-0.25% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ เพราะเฟดยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม อยู่ต่อไป โดยมีปัญหาค้ำคออยู่หลักๆก็คือ ปัญหาการว่างงานที่ยังทะลุ 10% อยู่ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายสายก็บอกว่า สหรัฐจะเจอกับการว่างงานอีกยาวนาน อาจจะอีก 2 ปีทีเดียว และอาจจะถึง 5 ปี กว่าตัวเลขการว่างงานจะกลับไปอยู่จุดเดิมเมี่อครั้งก่อนหน้าวิกฤตเศรษฐกิจ
โลกกำลังเดินทางมาถึงทางสองแพร่ง สองจิตสองใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกันดี ทางหนึ่ง กระแสก็บอกว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในเอเชีย หลายประเทศอาจจะกำลังคิดถึงการถอนถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้กระตุ้น
ส่วนอีกกระแสก็บอกว่า เศรษฐกิจกำลังๆฟื้นตัวจริง แต่เป็นไปอย่างเปราะบางอย่างยิ่ง เพราะยังมีปํญหาคนว่างงานอยู่เยอะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเทศในอเมริกา และยุโรป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอัดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
แต่กระแสกลุ่มหลังนี้ จะว่าไป แล้วก็เริ่มผวาดๆกับการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปไม่น้อยครับ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรป เริ่มส่งสัญญาณลบออกมาให้เห็นมากขึ้นจากกรีซ ที่กำลังเป็นหนี้ล้นพ้นตัว จนต้องถูกลดอันดับเครดิตลง อีกทั้ง ยังส่งผลกระทบต่อค่าเงินยูโรอย่างรุนแรง และหวั่นเกรงกันว่า ประเทศยุโรปอื่นๆ โดยเฉพาะแถบยุโรปใต้จะออกอาการไม่ต่างกัน กลายเป็นวิกฤตครั้งใหม่
ยิ่งสำหรับสหรัฐเองด้วยนั้น ยิ่งตกใจกันง่ายด้วย ก่อนหน้านี้ ทั้งอังกฤษและสหรัฐเองก็เคยถูก สถาบันจัดอันดับเครดิต เอสแอนด์พี ขู่ร่ำๆว่าอาจจะถูกลดอันดับเครดิตลงจากอันดับสูงสุดที่ถือครองอยู่ (AAA) และ เศรษฐกิจของสหรัฐ และยุโรปเอง ก็ยังเปราะบางอยู่ ไร้ภูมิคุ้มกัน ต้านทานวิกฤติใดๆ ซึ่งหากวิกฤตหนี้ของกรีซเอาไม่อยู่ สหรัฐ ก็รับแรงกระแทกไม่ไหวเหมือนกัน
จะถอนหรือไม่ถอน ต้องลุ้นกันเหนื่อย โดยที่โลกมีตัวอย่างปัญหาหนี้ของกรีซไว้คอยขย่ม สหรัฐเองก็กลัวอยู่ไม่น้อยครับ







