
อียูถกแผนแก้วิกฤตหนี้
ยันเผยมาตรการเด็ด26 ต.ค.เพิ่มวงเงินกองทุน-ลดหนี้กรีซ
ยันเผยมาตรการเด็ด26 ต.ค.เพิ่มวงเงินกองทุน-ลดหนี้กรีซ
ผู้นำอียูถกมาตรการแก้วิกฤตหนี้ เตรียมเผยแผนเด็ด วันที่ 26 ต.ค.
ผู้นำประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) 27 ประเทศเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอียูที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อหารือเรื่องแผนแก้วิกฤตหนี้ยูโรโซน ซึ่งนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนหลายฝ่ายหวั่น อาจกลายเป็นชนวนฉุดเศรษฐกิจโลกสู่ภาวะถดถอยรอบใหม่
สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย แผนการขยายกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) แผนการลดหนี้กรีซ แผนการเพิ่มทุนธนาคารพาณิชย์ยุโรป และแผนการหยุดยั้งการลุกลามของวิกฤตหนี้ไม่ให้เข้าสู่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสเปนและอิตาลี
ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนได้ประกาศว่า จะเปิดเผยมาตรการขั้นเด็ดขาดในการแก้ไขวิกฤตหนี้ยูโรโซนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันที่ 23 ต.ค. นักลงทุนจึงเฝ้ารอผลการประชุมอย่างใจจดใจจ่อ โดยต่างหวังว่าผู้นำชาติยุโรปจะสามารถงัดแผนเด็ดมาคลี่คลายวิกฤตหนี้ที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 2 ปี ได้สักที
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสยืนยันว่า ที่ประชุมจะเพียงแต่หารือเรื่องแผนแก้วิกฤตหนี้เท่านั้น และจะไม่มีการเผยแผนใดๆ ก่อนการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. อย่างแน่นอน
“เราไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้ว นอกจากจะต้องบรรลุข้อตกลงอันยากลำบากให้ได้ภายในวันพุธนี้” ซาร์โกซี กล่าว โดยย้ำว่าแผนที่ได้นั้นจะต้องเป็นแผนที่มีความชัดเจนและเด็ดขาด
ความเคลื่อนไหวด้านอื่นๆ นั้น เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ฌองโคลด จุงเกอร์ ประธานรัฐมนตรีคลังยูโรโซน กล่าวภายหลังสิ้นสุดการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซนว่า ภาคเอกชนอาจต้องยอมลดหนี้ให้กรีซมากถึง 60% ตามแผนช่วยเหลือกรีซรอบ 2
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้ธนาคารรายใหญ่ของยุโรประดมเงินทุนให้ได้ 1.08 แสนล้านยูโร ภายในช่วงเวลา 6-9 เดือนข้างหน้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเยนส์ วีดมานน์ ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (บุนเดสแบงก์) เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ซอนทาร์กของเยอรมนีว่า ไม่เห็นด้วยกับแผนการให้เจ้าหนี้ภาคเอกชนยอมลดหนี้ให้กรีซ (แฮร์คัต) โดยเห็นว่า แผนดังกล่าวไม่สามารถช่วยแก้ปัญหากรีซได้ และอาจทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก เนื่องจากอาจส่งผลให้รัฐบาลกรุงเอเธนส์ตัดสินใจผ่อนนโยบายรัดเข็มขัด







