
คลังอียูไฟเขียวเงินช่วยกรีซ8พันล.
รอแค่ไอเอ็มเอฟผ่านเห็นชอบ2บิ๊กอียูลุยถกขยายเงินEFSF
รอแค่ไอเอ็มเอฟผ่านเห็นชอบ2บิ๊กอียูลุยถกขยายเงินEFSF
รมว.คลังยุโรปไฟเขียวเงินช่วยเหลือ 8,000 ล้าน ด้านผู้นำฝรั่งเศสเยอรมนีลุยหารือแผนขยายกองทุนอีเอฟเอสเอฟ
รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศอนุมัติให้เงินช่วยเหลือกรีซงวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโร ระหว่างการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ หลังรัฐสภากรีซลงมติผ่านมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดขึ้น ท่ามกลางการประท้วงอย่างรุนแรงจากประชาชน
รอยเตอร์สรายงานว่า รัฐบาลกรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือก้อนดังกล่าว ซึ่งอยู่ในแพ็กเกจเงินกู้รอบแรกมูลค่า 1.1 แสนล้านยูโร ภายในกลางเดือน พ.ย. ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้กรีซต้องผิดนัดชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม เงินกู้งวดนี้ยังจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เสียก่อน
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการหารือเกี่ยวกับแผนการให้เงินช่วยเหลือกรีซรอบที่ 2 วงเงิน 1.09 แสนล้านยูโร และขอบเขตความร่วมมือของภาคเอกชนอีกด้วย โดยบรรดารัฐมนตรีคลังในกลุ่มยูโรโซน นำโดยฌอง โคลด ตริเชต์ ระบุว่ารัฐมนตรีต่างเห็นด้วยที่จะให้เจ้าหนี้ภาคธนาคารยอมรับการลดยอดหนี้ อย่างน้อย 50% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่ผู้นำยูโรโซนได้ตกลงไว้ที่ 21% เพื่อช่วยให้กรีซสามารถรับเงินช่วยเหลือแพ็กเกจที่ 2 ต่อไปได้
ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟ อาจจะอนุมัติปล่อยเงินกู้ช่วยเหลือกรีซจำนวน 2,200 ล้านยูโรในส่วนของไอเอ็มเอฟ โดยคาดว่าการปล่อยเงินกู้งวดนี้จะมีขึ้นในกลางเดือน พ.ย.
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนีต้องหารือกันนอกรอบ เพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกันเรื่องแผนการขยายกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) จากวงเงินเดิมที่ 4,400 ล้านยูโร หลังความเห็นไม่ลงรอยกันเรื่องการแปรสภาพกองทุนดังกล่าวให้อยู่ในรูปธนาคาร
ด้านผู้นำฝรั่งเศสเสนอให้แปรสภาพกองทุนอีเอฟเอสเอฟเป็นธนาคารเพื่อจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้สะดวกมากขึ้น ทว่า ผู้นำเยอรมนีและอีซีบีแสดงความคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่า แผนการดังกล่าวเป็นการละเมิดสนธิสัญญา และต้องการให้กองทุนดังกล่าวรับประกันการขาดทุนของผู้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังมีปัญหาแทน
ขณะที่รัฐบาลเยอรมนียังให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนอีกว่า เยอรมนีจะระดมทุนในกองทุนอีเอฟเอสเอฟไม่เกิน 2,110 ล้านยูโร พร้อมกับลั่นว่าจะหาหนทางขยายกองทุนอีเอฟเอสเอฟ โดยที่จะไม่เพิ่มภาระต่อประชาชนผู้เสียภาษีในประเทศ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป 27 ประเทศจะประชุมหารือกันในการประชุมสุดยอดผู้นำอียูตั้งแต่วันที่ 22-23 ต.ค. และจะประชุมเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 26 ต.ค.







