
สหรัฐสวมบทโหดไล่จี้โตโยต้า
สัปดาห์ที่ผ่านมา คดีของโตโยต้าถูกทางการสหรัฐไล่จี้อย่างหนัก แรกเริ่มทางสภาคองเกรสของสหรัฐออกแถลงการณ์ระบุตามข้อกฎหมายของสหรัฐ สั่งการให้ทางโตโยต้าส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียด ความคืบหน้า และการสอบสวน เรื่องของการเรียกคืนรถทั่วโลก โดยยอดสูงสุดที่มีการเรียกคืนก็คือที่ในสหรัฐนั่นเอง
แม้เรื่องของการเรียกคืนกรณีรถพรีอุส ไฮบริด ในสหรัฐ ด้วยปัญหาความบกพร่องของเบรกยังไม่สิ้นสุด ทางสหรัฐก็เปิดฉากเร่งประกาศจะสอบสวนปัญหาใหม่อย่างเรื่องของรุ่นโคโรลล่า จากปัญหาข้อบกพร่องในกรณีของระบบควบคุมพวงมาลัย
ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเสียงสะท้อนและข่าวที่โหมประโคมออกมาตลอดสัปดาห์ คือ การระบุว่าทางโตโยต้ารู้เรื่องข้อบกพร่องดังกล่าวออกมาก่อนแล้ว แต่ปิดบังและเพิกเฉยกับเรื่องดังกล่าว จนกระทั่งทำให้ทางโตโยต้าเปิดการแถลงข่าวในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย อาคิโอะ โทโยดะ ประธานโตโยต้า มอเตอร์ จึงออกมาประกาศว่า ทางบริษัทไม่เคยหนีปัญหาและไม่เคยปิดบังข้อมูล
อย่างไรก็ตาม เสียงในเรื่องของการตามจี้สอบสวนโตโยต้าในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งใหญ่อย่างยิ่ง ดังนั้นจึงไม่พ้นที่จะมีเสียงวิจารณ์ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐมีส่วนในการถือหุ้นในบริษัทค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) จึงเป็นสาเหตุของการปะทะกันอย่างหนักในครั้งนี้ ซึ่งทางรัฐบาลสหรัฐก็ออกมาปัดเรื่องดังกล่าว
l กรีซร้อนปัญหารุมเร้า
ประเด็นที่พลาดไม่ได้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกเรื่อง คือ ท่าทีของสหภาพยุโรป (อียู) และสถานการณ์ภายในประเทศของกรีซ
โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปประชุมแก้ปัญหากรีซ ซึ่งเป็นการประชุมรอบใหม่พยายามกดดันรับบาลกรีซอย่างหนักให้ดำเนินการลดงบประมาณขาดดุลให้มากขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ทางกรีซได้ตั้งเป้าหมายลดงบขาดดุลให้ลงมาต่ำกว่า 3% ภายในปี 2012 แล้วก็ตาม
โดยจะต้องเร่งส่งแผนในการจัดการงบประมาณของประเทศใหม่ภายในเดือนมี.ค.นี้
ส่วนทางสถานการณ์ภายในประเทศกรีซเองก็สาหัสไม่น้อย เมื่อพนักงานของกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ประกาศประท้วงหยุดงาน ซึ่งจะลากยาวไปจนถึงวันพุธนี้ เพื่อต้องการให้รัฐใส่ใจในประชาชนมากกว่าตลาดหุ้นและนักลงทุน เนื่องจากทางพนักงานคาดว่ามาตรการลดค่าใช้จ่ายของรัฐ จะนำไปสู่การลดจำนวนพนักงาน
ทั้งนี้ การประท้วงดังกล่าวจะมีผลต่อการส่งออกและนำเข้าสินค้าเป็นอย่างมาก และไม่เพียงแต่พนักงานกรมศุลกากรเท่านั้น ยังมีพนักงานจำนวนมากที่ออกโรงเดินหน้าประท้วงมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลกรีซ โดยประกาศหยุดงานและออกมาเดินประท้วงตามท้องถนนอีกด้วย
l ไอเอ็มเอฟเขย่าตลาดทองโลก
ในสัปดาห์นี้ ตลาดทองก็คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะเปิดขายทองคำสำรองล็อตใหม่ราวเกือบ 200 ตัน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับไอเอ็มเอฟถึงราว 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.2 แสนล้านบาท) และเป็นการเปิดขายให้กับสาธารณะเป็นครั้งแรก โดยมาตรการดังกล่าวก็เพื่อลดการพึ่งพารายได้ที่ได้จากการปล่อยกู้
อีกทั้งยังต้องการที่จะระดมทุนเพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับกลุ่มประเทศยากจน ซึ่งการนำทองคำออกขายในครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 8 ของปริมาณทองคำสำรองของไอเอ็มเอฟ โดยทันทีที่มีการประกาศจากทางไอเอ็มเอฟ ทำให้ราคาทองล่วงหน้าลดฮวบลง ด้วยสาเหตุว่ามีความหวั่นวิตกว่าปริมาณทองคำในตลาดจะมีมากจนเกินไป
l เฟดโผล่ขึ้นดอกเบี้ย
ข่าวสุดท้ายแรงส่งท้ายในรอบสัปดาห์นี้ คือ การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เหนือความคาดหมายของหลายฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน (Discount Rate) หรือดอกเบี้ยที่คิดกับสถาบันการเงินต่างๆ ที่อยู่ในโครงการเงินกู้ช่วยเหลือฉุกเฉินของรัฐบาล จากระดับ 0.5% เป็น 0.75% ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกหลังวิกฤตเศรษฐกิจ และเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตามแถลงการณ์ของเฟด ระบุว่า มาตรการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นทิศทางการปรับตัวที่ดีขึ้นของภาวะตลาดเงิน อีกทั้งเฟดมีเป้าหมายที่จะผลักดันการปล่อยกู้ให้กับสู่ภาวะปกติอีกด้วย
ส่วนอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานที่ใช้สำหรับการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ทางธนาคารปล่อยกู้ให้กับบุคคลทั่วไป ยังไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างไร







