posttoday
ยูเอ็นสวดไทยจัดการน้ำขาดระบบ เตือนอุทกภัยตอนนี้แค่'โหมโรง

ยูเอ็นสวดไทยจัดการน้ำขาดระบบ เตือนอุทกภัยตอนนี้แค่'โหมโรง

20 ตุลาคม 2554

สหประชาชาติสวดแผนจัดการน้ำไทยไร้ประสิทธิภาพ เตือนอุทกภัยตอนนี้แค่ “โหมโรง” ญี่ปุ่นร้องนานาชาติเร่งช่วยไทยกู้วิกฤต

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สหประชาชาติสวดแผนจัดการน้ำไทยไร้ประสิทธิภาพ เตือนอุทกภัยตอนนี้แค่ “โหมโรง” ญี่ปุ่นร้องนานาชาติเร่งช่วยไทยกู้วิกฤต

สำนักข่าววีโอเอของสหรัฐรายงานเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ว่า เจอร์รี เวลาสเกวซ สำนักเลขาธิการองค์กรด้านยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศเพื่อการลดภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ กล่าวติเตียนการทำงานของรัฐบาลไทยในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปีว่า ขณะนี้ไทยมีหน่วยงานจัดการเรื่องอุทกภัยในประเทศถึง 8 แห่ง ทว่าระบบการจัดการปัญหาของแต่ละแห่งนั้นยังไร้ประสิทธิภาพ และในระยะยาวประเทศในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะไทยควรมีแผนจัดการภัยพิบัติต่างๆ ที่ครอบคลุมและเป็นระบบมากกว่านี้

เวลาสเกวซ กล่าวอีกว่า นักวิเคราะห์ภัยพิบัติของสหประชาชาติมีความวิตกกังวลว่า สถานการณ์น้ำท่วมในไทยขณะนี้อาจจะเป็นเพียงการโหมโรงของวิกฤตมหาอุทกภัย ซึ่งกำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้

ยูเอ็นสวดไทยจัดการน้ำขาดระบบ เตือนอุทกภัยตอนนี้แค่'โหมโรง

“ถ้าจะถามว่าสถานการณ์น้ำท่วมนี้เป็นหายนะครั้งร้ายแรงที่สุดของไทยแล้วหรือไม่ ผมก็จะตอบว่าไม่ใช่ เพราะโดยส่วนตัวมองว่าวิกฤตน้ำอันเลวร้ายที่สุดกำลังมุ่งหน้ามาที่ไทยในอีกไม่ช้านี้” เวลาสเกวซ กล่าว

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ได้จุดชนวนวิกฤตด้านมนุษยธรรม เนื่องจากในขณะนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ วิกฤตน้ำท่วมในภูมิภาคไม่เพียงแต่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วรวม 700 คน แต่ยังส่งผลให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไทย ที่กรุงเทพฯ ยังคงเสี่ยงจากภัยน้ำท่วม ภายหลังจากที่น้ำได้เข้าท่วมทะลักนิคมอุตสาหกรรมสำคัญหลายแห่งแล้ว

โนลีน เฮเซอร์ เลขาธิการบริหารของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ยูเอ็นเอสแคป) กล่าวว่า สหประชาชาติมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบอุทกภัยอันเลวร้ายครั้งนี้

นอกจากนี้ สหประชาชาติยังกล่าวอีกว่าสถานการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจะส่งผลให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศภายในปี 2558 ได้

ขณะเดียวกัน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โยมิอุริของญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจำเป็นต้องร่วมมือกับสหรัฐและประเทศต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือไทยฟื้นฟูประเทศจากอุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้โดยเร่งด่วน

ตามรายงานระบุว่า วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในไทยราว 320 แห่ง ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะการที่น้ำทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมสำคัญใน จ.พระนครศรีอยุธยา จนส่งผลให้ฮอนด้า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นต้องระงับการผลิตรถยนต์ชั่วคราว เช่นเดียวกับ โตโยต้า มอเตอร์ ก็จำเป็นต้องขยายเวลาระงับการผลิตของโรงงานอีก 3 แห่ง เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์

นอกจากนี้ ไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดีทรอยต์แห่งตะวันออก เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนรถยนต์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ดังนั้นหากภาคการผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวในไทยต้องหยุดชะงักลง จะนำไปสู่กำลังการผลิตของประเทศต่างๆ ต้องหยุดชะงักลงไปด้วย จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมญี่ปุ่นควรที่จะเป็นผู้นำในการให้ความช่วยเหลือไทยให้ฟื้นฟูจากภัยพิบัติโดยเร่งด่วน

ผู้เขียนยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลไทยควรมีความระมัดระวังในการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ท้าทายต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือแบบเร่งด่วนแก่รัฐบาลไทยเป็นการเพิ่มเติม เช่น เสื้อชูชีพ สุขาเคลื่อนที่ เรือยนต์ ผ่านโครงการองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) รวมเป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นได้ส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือซึ่งได้แก่ เต็นท์ เครื่องกรองน้ำ เครื่องผลิตไฟฟ้า มูลค่า 12 ล้านบาทมาแล้ว เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ โคอิจิโร เกมบะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นประกาศว่า ญี่ปุ่นจะส่งผู้เชี่ยวชาญจากไจกา 1 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกับอาเซียนในทีมประเมินสถานการณ์อุทกภัยในไทยตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ตามข้อเรียกร้องของ สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนอีกด้วย

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI