
สื่อนอกตีแผ่วิกฤติน้ำท่วมไทยญี่ปุ่นบ่นไทยไม่เตือน
สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์น้ำท่วมไทยอย่างใกล้ชิด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นกระทบหนักสุด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์น้ำท่วมไทยอย่างใกล้ชิด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นกระทบหนักสุด นานาชาติลั่นพร้อมให้ความช่วยเหลือ
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของประเทศไทยพุ่งขึ้น 315 คน นับตั้งแต่เดือน ก.ค. และส่งผลให้พื้นที่การเกษตรและแหล่งอุตสาห กรรมสำคัญของไทยต้องจมอยู่ใต้น้ำเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่สถานการณ์น้ำที่กรุงเทพมหานคร สำนักข่าวบลูมเบิร์กเปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ ส่งผลให้ทหารและประชาชนกำลังช่วยกันวางแนวกระสอบทรายมากกว่า 1 ล้านถุง เพื่อสร้างแนวป้องกันน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าสู่ตัวเมืองของกรุงเทพฯ ชั้นใน
ตามรายงานระบุอีกว่า เหตุน้ำท่วมในครั้งนี้จะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง 1.1% ในช่วงไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน สถานการณ์น้ำของรัฐบาลยังคงมีความสับสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงาน 270 แห่ง และมีคนงาน 2.7 แสนคน เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งล่าสุดที่ทางรัฐบาลประกาศเตือนให้ระงับการผลิตเป็นการชั่วคราวเนื่องจากแนวกั้นน้ำแตก ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
ฮิโรชิ มินามิ หัวหน้าประจำพื้นที่ของ โรม โค บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร กล่าวว่า ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะไม่เรียนรู้จากประสบการณ์เมื่อครั้งที่น้ำทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมแห่งอื่นๆ ก่อนหน้านี้เลย
“เราต้องการคำเตือนล่วงหน้า” มินามิ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าวติเตียนการจัดการสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาลไทยว่า ล้มเหลวเป็นอย่างมาก
ในขณะที่เว็บไซต์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่นรายงานว่า เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปีของไทย ได้สร้างความเสียหายให้กับบริษัทของญี่ปุ่นแล้วทั้งสิ้น 430 แห่ง และมีความเป็นไปได้สูงที่โตโยต้า มอเตอร์ บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นจะยืดเวลาระงับการผลิตในประเทศทั้งหมดเป็นการชั่วคราวต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ เนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วนประกอบรถยนต์
ตามรายงานระบุว่า ถึงแม้ว่าโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัทโตโยต้าอีก 3 แห่ง จะยังไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ทว่าบริษัทได้ตัดสินใจที่จะหยุดการผลิตในประเทศทั้งหมดเป็นการชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ เนื่องจากบริษัทผลิตชิ้นส่วนในไทยได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมอย่างหนัก
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโตโยต้าขาดแคลนชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ถึง 10 ชนิด และเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่า 20 ชนิด เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยังวิตกกังวลอีกว่า เหตุน้ำท่วมจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งต้องพึ่งพาชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จากไทยเช่นเดียวกัน
ขณะนี้โตโยต้ากำลังพยายามนำเข้าชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จากญี่ปุ่น จีน และเวียดนาม เพื่อทดแทนการขาดแคลนชิ้นส่วนเป็นการชั่วคราว และอาจจะเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตในไทยย้ายไปยังโรงงานที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกด้วย
ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการผลิตและขายรถยนต์สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากไทย
โตโยต้า ระบุด้วยว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในขณะนี้จะยังไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่หากสถานการณ์น้ำท่วมในไทยยังไม่ดีขึ้นบริษัทต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนบางชนิดในช่วงกลางเดือน พ.ย.จนส่งผลกระทบต่อตัวเลขการผลิตอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน นิสสัน มอเตอร์ และบริษัทผลิตรถยนต์ค่ายอื่นๆ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะหาชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต
นอกจากนี้ สำนักข่าวมาเลเซียรายงานอ้างรัฐมนตรีกลาโหมของมาเลเซียว่า กองทัพมาเลเซียมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือไทยตลอดเวลา หากรัฐบาลไทยร้องขอ
ตามรายงานระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียได้เสนอความช่วยเหลือแก่ไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านอุปกรณ์หรือหน่วยกู้ภัย แต่ในขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้ตอบรับความช่วยเหลือดังกล่าว จึงเชื่อว่ารัฐบาลไทยน่าจะยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เอง
ขณะที่ รัฐบาลจีนจะส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เช่น การส่งอาหาร ยารักษาโรค และส่งทีมแพทย์มูลค่า 30 ล้านหยวน หรือราว 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยไทยเพิ่มเติมในวันพุธที่ 19 ต.ค. โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้ส่งเรือกู้ชีพ 64 ลำ และเครื่องกรองน้ำดื่ม 60 เครื่องแล้ว







