
ตลาดพีซีโลกกระเทือนรง.ไทยจมน้ำ
ฐานผลิตฮาร์ดดิสก์60%ผลิตใน‘ไทย’เจโทรยอมรับอ่วม
ฐานผลิตฮาร์ดดิสก์60%ผลิตใน‘ไทย’เจโทรยอมรับอ่วม
ตลาดพีซีโลกกระเทือน โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไทยจมน้ำ เจโทรเผย 300 บริษัทญี่ปุ่นได้รับผลกระทบน้ำท่วม
นิตยสารฟอร์บส์ รายงานบทความเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า ภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานีนี้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อตลาดฮาร์ดดิสก์โลกเป็นวงกว้าง หลังจากที่โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์จำนวนมากถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหนัก
ฟอร์บส์ ระบุว่า แม้ไทยจะไม่ใช่ฮับสำหรับสินค้าไฮเทคโนโลยี แต่ประเทศไทยก็มีบทบาทสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลก โดยเฉพาะผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จำนวนมากที่มีโรงงานผลิตอยู่ในประเทศไทย ทั้งบริษัท เวสเทิร์น เทคโนโลยี ฮิตาชิ จีเอสที และซีเกท เทคโนโลยี
รายงานระบุว่าการผลิตฮาร์ดดิสก์ในประเทศนั้นคิดเป็นส่วนแบ่งถึง 60% ของตลาดฮาร์ดดิสก์โลกทีเดียว การปิดตัวของโรงงานต่างๆ นั้นจะส่งผลกระทบต่อการผลิตฮาร์ดดิสก์และจะทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเป็นห่วงโซ่ไปทั่วโลก
ฟอร์บส์ได้ยกตัวอย่างของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอลนั้น ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกคิดเป็น 1 ใน 3 ของฮาร์ดดิสก์ทั้งหมดทีเดียว โดยในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เวสเทิร์น เทคโนโลยีได้ส่งออกฮาร์ดดิสก์จากประเทศไทย และมาเลเซียถึง 54 ล้านชิ้น ซึ่งการหยุดการผลิตจากประเทศไทยจะทำให้เกิดการชะลอตัวของผลผลิตออกสู่ตลาดโลกอย่างแน่นอน
ฟอร์บส์ ชี้ด้วยว่าได้เกิดความวิตกกังวลในระยะยาวขึ้น ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายพีซีทั่วโลก ซึ่งบรรดาผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์อาจจะต้องเพิ่มโควตาการผลิตในโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ แทนโรงงานในประเทศไทย
วันเดียวกันทางด้านองค์การส่งเสริมการค้าภายนอกประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เปิดเผยว่า มีบริษัทญี่ปุ่นถึงอย่างน้อย 300 บริษัท ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในประเทศไทย และอาจจะต้องกินเวลานานหลายเดือนกว่าที่การผลิตจะกลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง
เซ็ตซึโอะ อิอูจิ ประธานเจโทร ประจำประเทศไทย เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่าภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้สร้างผลกระทบรุนแรงต่อบริษัทญี่ปุ่นที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่น 300 บริษัท ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำที่ไหลทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา
“ห่วงโซ่ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จากประเทศไทยไปยังโรงงานอื่นๆ ในประเทศไทยเอง และจากประเทศไทยไปยังโรงงานอื่นๆ ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการหยุดการผลิตในครั้งนี้” เซ็ตซึโอะ กล่าว ซึ่งขณะนี้เจโทรยังไม่สามารถประเมินความเสียหายทั้งหมดได้
“ผู้ผลิตยานยนต์และสินค้าอิเล็กทรอ นิกส์มีความเสี่ยงที่สุด เพราะว่าการผลิตต้องการชิ้นส่วนประกอบอย่างเช่น การผลิตรถยนต์ต้องการชิ้นส่วนต่างๆ ถึง 23 หมื่นชิ้นส่วน เพื่อประกอบรถยนต์ขึ้นเพียง 1 คัน” ประธานเจโทร กล่าว







