
สโลวาเกียคว่ำแผนกู้วิกฤติหนี้ยูโรโซน
สโลวาเกีย ลงมติสกัดแผนขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินยุโรป
สโลวาเกีย ลงมติสกัดแผนขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินยุโรป
แผนการขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ขึ้นเป็น 4.4 แสนล้านยูโรนั้น เริ่มเจอทางตันแล้ว หลังจากที่รัฐสภาของสโลวาเกีย มีมติโหวตไม่ผ่านแผนการขยายกองทุนดังกล่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งการขยายกองทุนดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภา 17 ชาติสมาชิกยูโรโซนเสียก่อน
รายงานระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลเล็กๆ พรรคหนึ่งของคณะรัฐบาล นายกรัฐมนตรี อิเวตา ราดิโควา ได้ปฏิเสธการขยายกองทุนดังกล่าว และไม่โหวตเสียงสนับสนุน ทำให้มตินี้ตกไปในการโหวตเมื่อคืนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสโลวาเกียของนาง อิเวตา ระบุว่า จะหาทางรวบรวมเสียงสนับสนุนอีกครั้งหนึ่ง โดยจะหันไปขอเสียงจากพรรคฝ่ายค้านแทน และอาจจะมีการโหวตอีกครั้งในปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางผลักดันให้แผนการขยายกองทุนนี้ให้ได้
ทั้งนี้ จากทั้งหมด 17 ชาติ ยูโรโซนนั้น สโลวาเกีย เป็นชาติสุดท้ายที่ยังไม่รับรองแผนการขยายกองทุนอีเอฟเอสเอฟ ในขณะนี้
ทีมทรอยก้าสรุปผลการตรวจสอบกรีซ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป (อียู) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หรือ ทีมทรอยก้า ได้ออกรายงานสรุปผลการตรวจสอบความคืบหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจ และการปฏิรูปงบประมาณของกรีซเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลืองวดล่าสุด 8 พันล้านยูโร
ทีมทรอยก้าสรุปว่า กรีซควรจะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ทว่า การตัดสินใจจะต้องได้รับการพิจารณาจากรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซน และไอเอ็มเอฟก่อนซึ่งจะเปิดประชุมกันในช่วงหลังวันที่ 13 ตุลาคมนี้
ทีมทรอยก้า ระบุในรายงานว่า กรีซจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะบรรลุเป้าลดตัวเลขหนี้สาธารณะ และการขาดดุลงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย
ทีมทรอยก้า ระบุด้วยว่า อาจจะต้อง กำหนดมาตรการเพื่อเติมที่กรีซจะต้องปฏิบัติตามเพื่อให้กรีซบรรลุเป้าการลดหนี้สาธารณะต่อไปในปี 2013 และ 2014 ด้วย ซึ่งในขณะนี้ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควรนัก
ด้านโฆษกกระทรวงการคลังของเยอรมนี ให้ความเห็นต่อผลการตรวจสอบของทีมทรอยก้าว่า “ผลสอบได้แสดงให้เห็นถึงทั้งด้านมืด และด้านสว่าง ของกรีซ ซึ่งการตัดสินใจว่าจะให้ความช่วยเหลือกรีซหรือไม่นั้นยังคงเปิดกว้างอยู่”







