posttoday
โตเกียว เทรนดี้

โตเกียว เทรนดี้

25 กันยายน 2554

ไปโตเกียวรอบนี้ผมมีฐานบัญชาการอยู่ที่ ชิบุยะครับ เพราะนอกจากจะไปงาน Tokyo Girls Collection 2011

ไปโตเกียวรอบนี้ผมมีฐานบัญชาการอยู่ที่ ชิบุยะครับ เพราะนอกจากจะไปงาน Tokyo Girls Collection 2011

สะดวกแล้ว ยังไปไหนมาไหนในย่านที่ผมอยากไปง่ายด้วย อาจเป็นเพราะทริปแรกที่ผมมาลุยโตเกียวคนเดียวเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน (รู้กันหมดว่าผมแก่) ผมต้องมาขึ้นรถไฟที่ชิบุยะทุกวัน เพราะได้ใบบุญอาจารย์บรรจง ผู้เป็นทั้งครู ลูกค้า และมหามิตรคนหนึ่งของผม ได้กรุณาแอบใช้เส้นสายจองหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียวที่โคมาบะให้ผมนอนตั้ง 2 สัปดาห์ และเวลาจะออกไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องใช้รถไฟเอกชนสาย Keio Inokashira เดินทางมาเปลี่ยนรถไฟที่สถานีชิบุยะแทบทุกวัน จนผมแทบจะท่องชื่อสถานีใหญ่ๆ ได้เกือบหมด และก็ยังจำได้ว่า นอกจากสถานี Komaba Todaimae ที่ใกล้กับหอพักของผมแล้ว ยังมีสถานี Meidaimae อีกสถานีหนึ่งที่เป็นแหล่งชุมนุมนักศึกษา จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมชิบุยะถึงเป็นศูนย์รวมวัยรุ่นแหล่งใหญ่ เพราะทั้งรถไฟสาย Inokashira และสาย Tokyu Toyoko ที่ผมเขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว ล้วนแต่นำนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยมารวมไว้ที่ชิบุยะแทบทั้งสิ้น รอบนี้เมื่อมานอนแถวชิบุยะแล้ว ก็เลยอดคิดถึงความหลังไม่ได้

โตเกียว เทรนดี้

สำหรับเส้นทางรถไฟสาย Keio Inokashira นี้ ก็ยังมีย่านวัยรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้ย่าน Nakameguro, Daikanyama และ Jiyugaoka ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางรถไฟสาย Tokyu Toyoko แต่จะออกคนละแนวกันครับ เพราะ 3 ย่านที่ว่าถึงจะไม่อู้ฟู่หรูหราเหมือนโอโมเทะซันโดและกินซ่า แต่ก็มีแบรนด์ดังและแบรนด์ล้ำอยู่มิน้อย แต่ย่านที่ผมกำลังจะพาไปเป็นย่านแรกนั้น ผมให้คำจำกัดความไว้ว่า ย่าน No Brand ครับ ตอนแรกที่ไปก็ยังจับเคล็ดอะไรได้ไม่มาก รู้ว่าเดินสนุกดีมีคนเยอะร้านรวงเพียบและไม่เป็นทางการเหมือนเดินย่านท่องเที่ยว ที่สำคัญคือไม่ค่อยเห็นคนต่างชาติเท่าไหร่ จึงเป็นเรื่องแปลกอยู่ที่คนไทยอย่างผมไปเดินย่านนั้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ตอนหลังมีอยู่ครั้งหนึ่งที่พาภรรยาและลูกไปเดินเล่นด้วย ลูกสาวเดินแป๊บเดียวบอกผมเลยว่าย่านนี้มีทุกอย่าง ขาดอยู่อย่างเดียวคือ แบรนด์เนม ผมลองพิจารณาดูแล้วก็จริง เพราะมองไปมองมาหาร้านแบรนด์ดังแทบไม่เจอ แต่ถึงจะไม่มีแบรนด์ดัง ย่านนี้ก็มีมนต์ขลังในตัวเองอย่างที่หาไม่ได้ในย่านอื่น ย่านที่ว่านี้คือ ชิโมะคิตะซาวะ (Shimokitazawa)

ย่านชิโมะคิตะซาวะ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกสั้นๆ ว่า ชิโมะคิตะ เป็นย่านที่มีการปะทะกันของ 2 วัฒนธรรมอย่างเด่นชัด ย่านนี้แต่เดิมเป็นย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองธรรมดาไม่มีอะไรแปลกไปกว่าย่านชานเมืองอื่นใด จวบจนกระทั่งมีการเปิดโรงละครขนาดเล็กแห่งแรกชื่อ The Suzunari ในปี 1981 โรงละครแห่งนี้ เดิมทีเป็นที่สำหรับฝึกซ้อมการแสดงและคัดตัวของ Honda Studio เป็นที่สร้างฝันให้เป็นจริงสำหรับหนุ่มสาวที่รักการแสดง และยิ่งมีพลังมากขึ้นเมื่อ Honda Theater สร้างเสร็จและเปิดใช้ในปีถัดมา และหลังจากนั้นก็มีการเปิดโรงละครขนาดเล็กขึ้นอีกหลายต่อหลายแห่งในย่านนี้ เช่น Geki Sho Gekijo, OFF.OFF Theater ฯลฯ จนกลายเป็นแหล่งรวมศิลปินหน้าใหม่ ที่บรรดาแมวมองนิยมมาส่องและสอยเข้าค่ายกัน ทำให้บรรดาวัยรุ่นที่อยากเข้าสู่เส้นทางบันเทิงต่างก็พากันมาใช้ชีวิตวนเวียนสิงสถิตอยู่ที่ชิโมะคิตะกันมากขึ้น และเมื่อมีแม่เหล็กก็ต้องมีเหล็กถูกดูดตามเข้ามา ชื่อเสียงของชิโมะคิตะเริ่มเป็นที่ติดหูของคนรุ่นใหม่ ใครๆ ก็อยากมาอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะคนที่มีฝัน และที่สำคัญราคาค่าใช้จ่ายของย่านนี้ถูกมาก เมื่อเทียบกับระยะทางที่ห่างจากศูนย์กลางเมืองอย่างชินจูกุและชิบุยะแค่ 10 กว่านาทีรถไฟวิ่ง ชิโมะคิตะจึงกลายมาเป็นอาณาจักรย่อยๆ ของวัยรุ่นไปในที่สุด

โตเกียว เทรนดี้

เป็นอาณาจักรที่มีชีวิตชีวากว่าย่านอื่นใด เพราะที่นี่มีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา มีทั้งความฝันที่สุขสมและความจริงที่ผิดหวัง มีทั้งดวงดาวที่จรัสแสงและด้านมืดของดวงจันทร์ ถ้าท่านอยากเห็นชีวิตวัยรุ่นญี่ปุ่นที่ไม่ได้มุ่งแต่เรื่องแฟชั่น ย่านนี้คือที่ที่ท่านต้องมาสัมผัสให้ได้ แล้วท่านจะรู้ว่าชีวิตที่มีฝันมันจะเป็นเช่นไร

เริ่มต้นจากฝันอยากเป็นนักแสดง ลงท้ายใช่ว่าจะสมหวังกันทุกคน แต่ที่น่าปลื้มใจคือคนที่ไม่สมหวังกลับไม่สิ้นหวัง พลิกผันตัวเองโดยแสวงหาความฝันที่เป็นจริงในเส้นทางอื่น เส้นทางที่ง่ายที่สุดคือทำมาค้าขายกับคนประเภทเดียวกัน เพราะรู้จักและรู้ใจ แต่เมื่อยังฝันไม่สำเร็จจะก่อร่างสร้างธุรกิจเกินตัวก็คงยาก เอาแค่ค้าขายเล็กๆ พอผ่านไปให้ชีวิตไม่ลำเค็ญ จากไม่กี่ร้านทำกันแค่ไม่กี่คน ก็กลายเป็นหลายร้านมากมายหลายคน เมื่อร้านมากขึ้นคนซื้อก็มากตาม จากค้าขายให้คนท้องถิ่นก็เริ่มขายให้วัยรุ่นขาจร จากแค่ขายเพื่อจะได้ไม่ลำบากก็กลายเป็นธุรกิจขนาดย่อม จากนั้นเป็นต้นมา ชิโมะคิตะซาวะ ก็กลายเป็นจุดสว่างเล็กๆ ใจกลางชุมชน และเมื่อวัฒนธรรมใหม่เริ่มถือกำเนิด วัฒนธรรมเก่าก็เริ่มสั่นคลอน ชิโมะคิตะจะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร โปรดตามติดได้ในสัปดาห์หน้าครับ

และสำหรับท่านที่เริ่มติดตามคอลัมน์นี้และอยากตามอ่าน โตเกียว เทรนดี้ ตั้งแต่ตอนแรก ผมได้เริ่มทยอยนำลงในบล็อกแล้ว ที่ http://patanainjapan.blogspot.com แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่ายังไม่เรียบร้อยดี เพราะอยากจะอัพเดตข้อมูลและรูปประกอบให้สมบูรณ์ขึ้นครับ

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI