
หั่นเครดิตแบงก์ยักษ์ใหญ่มะกันไอเอ็มเอฟชี้การเงินโลกส่อวิกฤต
มูดี้ส์หั่นเครดิตธนาคารยักษ์ใหญ่สหรัฐ 3 แห่ง ชี้รัฐบาลอาจไม่ช่วยหากเกิดวิกฤตการเงิน ด้านไอเอ็มเอฟเตือนระบบการเงินโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงสูง
มูดี้ส์หั่นเครดิตธนาคารยักษ์ใหญ่สหรัฐ 3 แห่ง ชี้รัฐบาลอาจไม่ช่วยหากเกิดวิกฤตการเงิน ด้านไอเอ็มเอฟเตือนระบบการเงินโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงสูง
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 3 แห่งของสหรัฐ ได้แก่ แบงก์ ออฟ อเมริกา เวลส์ฟาร์โก และซิตี้กรุ๊ป โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจไม่โอบอุ้มธนาคารเหล่านี้หากเกิดภาวะไร้เสถียรภาพ
“ปัจจัยหลักที่ทำให้มูดี้ส์ตัดสินใจลดเครดิตของธนาคารเหล่านี้ก็คือ แนวโน้มของรัฐบาลสหรัฐที่จะไม่ให้การช่วยเหลือหากเกิดวิกฤตการเงินอีกครั้ง” แถลงการณ์ระบุ โดยมูดี้ส์นั้นมองว่า ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐอาจไม่มีเงินทุนและกำไรเพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตการเงิน หากไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
อีกทั้งยังระบุว่า รัฐบาลสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจยอมปล่อยให้ธนาคารยักษ์ใหญ่ล้มลมโดยไม่กลัวว่า ธนาคารรายอื่นๆ จะล้มตาม ซึ่งต่างจากวิกฤตการเงินปี 2551-2552 ที่สหรัฐต้องยอมอัดฉีดเงินภาษีประชาชนหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐให้สถาบันการเงิน เพื่อสกัดกั้นการล่มสลายของธนาคารต่างๆเป็นโดมิโน
ทั้งนี้ มูดี้ส์ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้ระยะยาวของแบงก์ ออฟ อเมริกา ลง 2 ขั้น จากระดับ A2 เหลือ Baa1 ส่วนธนาคารเวลส์ฟาร์โก ก็ถูกลดอันดับหนี้ระยะยาวเช่นกันแต่เพียง 1 อันดับ คือ จาก A1 เหลือ A2 ด้านธนาคารซิตี้กรุ๊ปนั้นถูกหั่นอันดับหนี้ระยะสั้นจากระดับไพรม์ 1 เหลือไพรม์ 2
ขณะเดียวกันสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ก็ได้ประกาศลดเครดิตหนี้ระยะยาวของธนาคารอิตาลี 7 แห่ง จากระดับ A+ เหลือ A1 โดยการลดอันดับครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 วัน หลังทางบริษัทหั่นเครดิตหนี้สาธารณะของอิตาลี ด้านธนาคารยูนิเครดิต ธนาคารรายใหญ่สุดของอิตาลี รอดจากการถูกลดอันดับ แต่ทางเอสแอนด์พีได้ปรับให้มีแนวโน้มทางลบแทน
วันเดียวกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็ออกโรงเตือนว่า ระบบการเงินโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงมากกว่าครั้งใดๆ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2551 เนื่องจากวิกฤตหนี้สินกำลังรุมเร้าทั้งยุโรปและสหรัฐ โดยทางไอเอ็มเอฟประเมินว่าปัญหาหนี้ยูโรโซนทำให้ธนาคารในอียูต้องสูญเงินไปแล้วกว่า 3 แสนล้านยูโร นับตั้งแต่วิกฤตเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2552
ไอเอ็มเอฟได้เสนอให้ธนาคารยุโรปเพิ่มเงินทุน 4.6 แสนล้านยูโร ภายในปี 2562 เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตการเงิน และแนะนำให้กองทุนสนับสนุนเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) หันมาช่วยธนาคารที่กำลังประสบปัญหา







