
สหรัฐรวมใจเป็นหนึ่งรำลึก10ปี9/11
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สหรัฐจัดงานรำลึก 10 ปี เหตุวินาศกรรม 9/11 อย่างยิ่งใหญ่ ด้านโอบามาลั่นแม้ประเทศบอบช้ำ แต่ไม่มีใครสามารถทำลายจิตวิญญาณของชาวอเมริกันได้
ชาวอเมริกันพร้อมใจกันร่วมรำลึกเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. 2544 ครบวาระ 10 ปี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้เดินทางไปร่วมพิธีทั้งสามจุด ซึ่งตกเป็นเป้าการโจมตี เมื่อปี 2544 ได้แก่ พื้นที่กราวด์ ซีโร ในนครนิวยอร์ก อาคารกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) และเมืองแชงก์สวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย
สถานที่ประกอบพิธีหลัก คือ พื้นที่กราวด์ ซีโร สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีตึกแฝดระฟ้าเวิลด์เทรดตั้งอยู่คู่กัน โดยผู้นำสหรัฐพร้อมด้วยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิต 2,753 ราย จากเหตุการณ์กลุ่มก่อการร้ายจี้เครื่องบินพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเมื่อ 10 ปีก่อน
พิธีนั้นเริ่มต้นด้วยการบรรเลงเพลงไว้อาลัยจากปี่สกอตและการร้องเพลงชาติสหรัฐ ก่อนที่จะมีการลั่นระฆังให้สัญญาณสงบนิ่งทั้งหมด 6 ช่วง ตรงตามเวลาที่เครื่องบินพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดและเพนตากอน ช่วงที่เครื่องบินตกในทุ่งหญ้ารัฐเพนซิลเวเนียและช่วงที่อาคารแฝดถล่มลงมา
หลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐและอดีตประธานาธิบดีบุชก็ได้สลับกันอ่านข้อความ จากพระคัมภีร์ไบเบิล จดหมาย และบทกลอนต่างๆ ตามมาด้วยการอ่านรายนามของผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ขณะเดียวกันก็มีการเปิดอนุสรณ์สถานที่มีชื่อว่า “เมมโมเรียล พลาซา” ซึ่งสร้างขึ้นบริเวณกราวด์ ซีโร โดยเป็นสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีน้ำตกสองข้าง และมีการสลักชื่อของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อาคารเวิลด์เทรดถล่มไว้รายรอบ
นอกจากนี้ จุดสนใจในงานรำลึกที่นครนิวยอร์กอีกแห่งก็คือ อาคาร “วัน เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นอาคารหลักจากทั้งหมด 4 อาคาร ในโครงการใหม่ซึ่งสร้างมาแทนตึกแฝดเวิลด์เทรด โดยขณะนี้สร้างเสร็จไปแล้ว 80 ชั้น จากทั้งหมด 104 ชั้น และเมื่อสร้างเสร็จในปี 2556 ก็จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในสหรัฐ
ทั้งนี้ อาคารวัน เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ได้สร้างความปีติให้กับผู้ร่วมงานรำลึก เนื่องจากในอดีตนั้น สถานที่จัดงานบริเวณกราวด์ ซีโร จะเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยรถเครนและคนงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง แต่ถึงตอนนี้ ผู้คนก็จะไม่เห็น “รูโหว่” ขนาดใหญ่กลางนิวยอร์กอีกต่อไป
หลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐได้เดินทางไปยังเมืองแชงก์สวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินสายการบินยูไนเต็ดตก ภายหลังผู้โดยสารและลูกเรือได้ต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายอย่างกล้าหาญ โดยก่อนหน้านี้รองประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้กล่าวยกย่องผู้เสียชีวิตทั้ง 40 ราย ว่าเป็น “วีรบุรุษ” อย่างแท้จริง เพราะเชื่อกันว่า หากเครื่องบินลำดังกล่าวไม่ตกเสียก่อน ก็จะมุ่งหน้าไปยังกรุงวอชิงตันอย่างแน่นอนและอาจเข้าพุ่งชนทำเนียบขาวหรือไม่ก็อาคารรัฐสภา
ทางด้านอาคารเพนตากอนนั้น ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิต 189 ราย ประธานาธิบดีโอบามาได้วางพวงมาลาสีขาวบริเวณใกล้จุดเครื่องบินพุ่งชน ก่อนจะเข้าพูดคุยกับญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 คน เป็นเวลากว่า 30 นาที
สุดท้ายประธานาธิบดีโอบามาได้ไปร่วมงานคอนเสิร์ตแห่งความหวัง ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์เคนเนดี ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และเป็นกิจกรรมสุดท้ายของพิธีรำลึก โดยงานนี้มีญาติผู้เสียชีวิต นักการเมือง และผู้นำทางศาสนาเกือบ 2,000 ราย เข้าร่วม
ภายในงาน ประธานาธิบดีโอบามาได้กล่าวให้กำลังใจชาวอเมริกันว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐจะไม่มีวันยอมอ่อนข้อต่อภัยคุกคามใดๆ และไม่มีอะไรที่จะทำลายเจตนารมณ์ที่แท้จริงของสหรัฐได้ คนรุ่นหลังที่จะเดินทางไปเยี่ยมอนุสรณ์สถานที่อุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 11 ก.ย. รวมถึงสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ก็จะจดจำไว้ว่าสหรัฐได้เอาชนะมาหมด ไม่ว่าจะเป็นยุคทาส สงครามกลางเมือง เศรษฐกิจถดถอย คอมมิวนิสต์ และภัยก่อการร้าย โดยประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ชาวอเมริกันตระหนักได้ว่า สหรัฐไม่ได้เป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ประชาธิปไตยก็จะยังคงยั่งยืนอยู่คู่สหรัฐต่อไป
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผู้นำสหรัฐได้เข้าร่วมพิธีรำลึกทั้งสามจุดนั้น ก็ไม่มีการกล่าวถึงกลุ่มอัลกออิดะห์ หรือ โอซามา บินลาเดน เลย เพราะต้องการให้จุดสนใจหลักอยู่ที่การรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. และการมองอนาคตด้วยความหวัง เพื่อที่ชาวอเมริกันจะได้พร้อมก้าวเดินต่อไป
พิธีรำลึกทั้งสามจุดนั้น จัดขึ้นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้เพิ่มกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเพื่อลาดตระเวนสถานที่สำคัญทั่วเมืองไม่ว่าจะเป็นสะพาน อุโมงค์ และสถานที่ท่องเที่ยว แม้เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ออกมาเตือนว่า พบเบาะแสที่น่าเชื่อถือว่ากลุ่มอัลกออิดะห์เตรียมโจมตีสหรัฐในช่วงวันครบรอบ 10 ปี 11 ก.ย. แต่ตลอดช่วงที่มีการจัดงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่พบเหตุน่าสงสัยใดๆ ส่งผลให้พิธีเป็นไปอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม ก็เกิดเหตุการณ์น่าตกใจบนเครื่องบินโดยสารของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส และสายการบินฟรอนเทียร์ แอร์ไลน์ส เมื่อพนักงานต้อนรับพบผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยได้แจ้งกับทางการว่าผู้โดยสารนั้นเข้าห้องน้ำนานผิดปกติและอาจกำลังเตรียมก่อเหตุร้าย ทางเพนตากอนจึงได้สั่งให้เครื่องบินขับไล่บินประกบตาม เมื่อเครื่องบินทั้งสองลงจอด เจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยและนำไปสอบปากคำ แต่ก็ไม่พบวัตถุระเบิดต้องสงสัยหรือท่าทีพิรุธใดๆ
ในขณะที่สหรัฐกำลังจัดงานรำลึกอย่างยิ่งใหญ่นั้น ประชาคมโลกก็ได้ร่วมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย.เช่นกัน เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนจากกว่า 90 ประเทศ โดยที่ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ได้กล่าวยกย่องผู้กล้าหาญในเหตุการณ์ครั้งนั้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในสันติภาพและความมั่นคง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในวัฒนธรรมและศาสนาซึ่งกันและกัน ในส่วนของเกาหลีใต้ ประธานาธิบดี ลีเมียงบัก ได้ส่งข้อความถึงประธานาธิบดีโอบามา โดยเรียกการโจมตี 11 ก.ย.ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สามารถให้อภัยได้







