
ทัวร์นอนวัด ภารกิจระดับชาติ
ไอเดียครีเอทีฟสุดเริ่ด กับการบริหารจัดการที่ดีของเกาหลี
โดย..เพียงออ วิไลย
ไอเดียครีเอทีฟสุดเริ่ด กับการบริหารจัดการที่ดีของเกาหลี ที่สามารถดึงเอาของดีในบ้านตนเป็นจุดขายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งทัวร์วัฒนธรรม ทัวร์นำช็อปปิ้ง ทัวร์วิ่งตามซีรีส์ ทัวร์ที่นอนร้อน ทัวร์ย้อนรอยโสม ทัวร์หักโหมทำสวย ทัวร์ช่วยทำกิมจิ ทัวร์ริจะเล่นสกี และทัวร์ที่นอนวัด ...ซึ่งร่ายมนต์เสน่ห์เรียกนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนได้ถึงปีละกว่า 7 ล้านคน หากนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทต่อคนต่อวัน คนละ 3 วัน ก็เป็นเงินกว่า 4 หมื่น 2 พันล้านบาทต่อปี วงการทัวร์จึงต้องพยายามพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ มาเป็นจุดขายกันตลอดเวลา หากใครติดตามดู ดรามาเรื่อง Scent of a Woman ฉบับเกาหลี ที่กำลังออนแอร์ที่ สถานี SBS เกาหลีขณะนี้ นอกจากจะอ้อยอิ่งกับความรักหวานซึ้งแสนเศร้าแล้ว จะพบว่า นางเอกหลงคาน “อี ยอน เจ” กับ ผู้อำนวยการรูปหล่อ “คัง จี อุก” แห่ง ไลน์ทัวร์ ยักษ์ใหญ่ในวงการท่องเที่ยวเกาหลี (ตามเนื้อเรื่อง) เป็นผู้นำเทรนด์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยไม่เบา เป็นไปตามกระแสโลกปัจจุบันที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและมีชีวิตแบบสบายในคอนเซปต์ Slow City ...
เกาหลีได้พัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวต่างๆ หลากหลายประเภทดังที่กล่าวมานานแล้ว อย่างเช่น “ทัวร์ที่นอนวัด” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการฝึกใจให้เกิดความสงบพร้อมกับเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลี นี่ก็จัดกันเป็นทัวร์ระดับชาติมาตั้งแต่ 8-9 ปีก่อนค่ะ ...พูดถึงการไปนอนวัด บ้านเราเห็นกันเป็นเรื่องปกติเพราะเราเป็นเมืองพุทธ ...พุทธมามกะทั้งหลายย่อมเข้าสู่ธรรมด้วยการสดับฟังธรรมตามกาลเป็นมงคลหนึ่งในมงคล 38 ประการแก่ ชีวิต และการไปรักษาอุโบสถศีลที่วัดทั้งอุบาสกและอุบาสิกาก็ปฏิบัติเพื่อสืบต่อศาสนากันมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ยังมีทัวร์ “ไหว้พระเก้าวัด” ที่ไปเพื่อการทำบุญให้ทานได้ความสุขทางใจแต่ไม่ได้ผลจากการปฏิบัติ ...แต่การจัดทัวร์นอนวัดของเกาหลีนั้นแตกต่างออกไป เพราะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวระดับชาติ ให้ “แรงศรัทธา” มาพบกับ “วิถีแห่งเซน เส้นทางแห่งธรรมนำความว่าง” ได้ในที่สุด...
โปรแกรมไปนอนค้างอยู่ปฏิบัติในวัดถูกบรรจุในแผนการท่องเที่ยวของสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี จะเป็นคนเกาหลีหรือคนต่างชาติมิได้จำกัด บางวัดมีโปรแกรมพิเศษที่บรรยายเป็นภาษาอังกฤษให้ด้วย ทัวร์นี้สามารถจองผ่านบริษัททัวร์หรือจองโดยตรงที่วัดก็ได้ค่ะ หลายๆ วัดจะมีเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษให้จองออนไลน์ได้ ...นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปตามโปรแกรมนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่แสวงหาความสงบกับประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่แล้ว จึงทำให้โปรแกรมนี้อยู่อย่างยั่งยืนมาจนทุกวันนี้
เนื่องจากแนวทางปฏิบัติของเซน จะขมวดลงที่ “อนัตตา-ความว่าง” หากไม่รักษากายและจิตให้สงบระงับสันโดษ พูดเพ้อเจ้อไปเรื่อยก็ไม่สามารถหา “ความว่าง” เจอ แถมจะเป็นการรบกวนนักปฏิบัติท่านอื่นอีก วัดที่รับนักท่องเที่ยวเข้าปฏิบัติส่วนใหญ่จึงอยู่บนภูเขาหรือที่สันโดษ สงบเงียบจากความจ๊อกแจ๊กจอแจด้วยเสียงผู้คน แม้วันที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมาก ...เพราะบรรยากาศของวัดทำให้เราต้องสำรวมกายโดยอัตโนมัติ ยิ่งเวลาพลบค่ำมีแต่เสียงแมลงกรีดร้องวังเวงวิเวก เรียกว่าไม่ต้องหาความสงบ ความสงบก็จะมาหาท่านเอง (พร้อมของแถมสยายผมลอยมา บรื๊ยยย)...
วัดหนึ่งที่อยากกล่าวถึง คือ วัด “จิ๊กจิ” (จิ๊กจีซา) ที่ภูเขาฮวางอักซาน อำเภอแทฮัง เมืองคิมชอน ในจังหวัดคยองซังนัมโด ซึ่งครั้งหนึ่ง “เชกา” ได้ไปเยือนและกลับมาพร้อมความรู้สึกอยากจะกลับไปอีก เพราะชอบใจในความสงบเงียบสวยงาม (อะแฮ่ม...อาหารจากธรรมชาติ ที่ร้านปากทางเข้าวัดอร่อยมากค่ะ) และอัธยาศัยอันดีของคุณป้าอุบาสิกาที่มานั่งบันทึกชื่อและวันเดือนปีเกิดของคนมาทำบุญ (บันทึกตาม 12 นักษัตร มะโรง มะเส็ง ฯลฯ) คุณป้าบอกว่า เคยติดตามคณะสงฆ์เกาหลีมาเมืองไทยด้วย ได้พักที่วัดในกรุงเทพฯ และเชื้อเชิญให้ “เชกา” มาอยู่ปฏิบัติในวัดด้วยสัก 2 วัน 1 คืน ตามโปรแกรมอินเทรนด์เชียวล่ะค่ะ ชื่อว่า “Slowness, Emptiness and Sharing”
โปรแกรมนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย มีค่าธรรมเนียมบริจาคให้วัดเพียง 5 หมื่นวอน (ราว 1,400 บาท) สามารถไปได้ในเสาร์อาทิตย์ที่สองของเดือน ...เนื่องจากการเดินทางไปจากโซลใช้เวลาในช่วงเช้า วันแรกจึงเริ่มต้นที่บ่ายสามโมง เริ่มฟังคำอธิบาย เรื่องมารยาทและจริยธรรมในการอยู่ร่วมกันในวัด หลังรับประทานอาหารเย็นราวหกโมงเย็นจะเริ่มต้นสวดมนต์ทำวัตรเย็น (เป็นภาษาบาลีแบบเกาหลี ฟังแล้วจับเสียงพ้องได้เพียง “นะโม”) และนมัสการด้วยการกราบ 108 ครั้ง ในท่ายืนจนลงนั่งศีรษะจรดพื้น ด่านนี้นับว่าทดสอบพลังกายและใจน่าดู จากนั้นดื่มชาสนทนาและเข้านอนราวสองทุ่ม...
วันที่สองตื่นตีสาม เพื่อสวดมนต์ทำวัตรเช้าและกราบอีก 108 ครั้งค่ะ หลังจากนั้นไปเดินจงกรมและสวดแผ่เมตตาให้แด่บุพการีจนถึงหกโมงเช้า หลังรับประทานอาหารเช้า (ตั้งสติเป็นสมาธิดูกายขณะรับประทาน นับคำและต้องรับประทานให้หมด) เริ่มทำงานภายในวัดและทำสมาธิแบบเซน แล้วไปเที่ยวชมวัด และเดินสมาธิรอบวัดชายป่าเขาโดยกำหนดให้เดินทุก 35 ก้าว ต้องลงกราบ 1 ครั้ง ราวสิบโมงครึ่งกลับมาเขียนบรรยายความรู้สึกตนเองแลกเปลี่ยนทัศนะกัน และเตรียมตัวกลับ...
เป็นประสบการณ์แปลกใหม่อีกแบบที่เรายังไม่เคย เช่นการกราบแบบมหายาน 108 ครั้งนี่ทั้งสติและกายต้องสมบูรณ์ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงมีสิทธิหน้ามืด ใจไม่แข็งแรงมีสิทธิท้อแท้ หากต้องการวัดใจตัวเอง จะว่ายากก็ยากเพราะไม่เคย จะว่าง่ายก็ง่ายเพราะระยะเวลาสั้น ไปเกาหลีทั้งทีลองหาโปรแกรมไปนอนวัดสักหน่อยจะเป็นไรคะ ดูเว็บไซต์ http://eng.templestay.com ได้เลยค่ะ







