posttoday
ครอบครัวกัดดาฟีเผ่นเข้าแอลจีเรียตอกย้ำอาณาจักรเผด็จการล่มสลาย

ครอบครัวกัดดาฟีเผ่นเข้าแอลจีเรียตอกย้ำอาณาจักรเผด็จการล่มสลาย

31 สิงหาคม 2554

ครอบครัวกัดดาฟีหนีข้ามชายแดนไปแอลจีเรีย ด้านกลุ่มกบฏไม่พอใจ เรียกร้องแอลจีเรียส่งตัวกลับมาดำเนินคดีด่วน

ครอบครัวกัดดาฟีหนีข้ามชายแดนไปแอลจีเรีย ด้านกลุ่มกบฏไม่พอใจ เรียกร้องแอลจีเรียส่งตัวกลับมาดำเนินคดีด่วน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ครอบครัวกัดดาฟีหนีข้ามชายแดนไปแอลจีเรีย ด้านกลุ่มกบฏไม่พอใจ เรียกร้องแอลจีเรียส่งตัวกลับมาดำเนินคดีด่วน

กระทรวงการต่างประเทศของแอลจีเรีย ออกแถลงการณ์ว่า ภรรยา ลูกสาว และบุตรชาย 2 คน ของ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ได้เดินทางข้ามพรมแดนเข้าไปยังแอลจีเรียแล้ว ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มกบฏที่กล่าวหาแอลจีเรียว่ากำลังให้ที่พักพิงแก่อาชญากร

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศแอลจีเรีย ระบุว่า ซาเฟีย ภรรยาของกัดดาฟี ไอชา บุตรสาว และมูฮัมหมัดและฮันนิบาล บุตรชาย 2 คนของกัดดาฟี ได้เดินทางเข้าแอลจีเรียเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 ส.ค. โดยทูตแอลจีเรียประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า สาเหตุที่แอลจีเรียตัดสินใจให้ความช่วยเหลือครอบครัวของกัดดาฟีนั้นก็เพราะเหตุผลด้านมนุษยธรรม อีกทั้งยืนยันว่าทางการไม่มีข้อมูลว่ากัดดาฟีซ่อนตัวอยู่ที่ใด

ครอบครัวกัดดาฟีเผ่นเข้าแอลจีเรียตอกย้ำอาณาจักรเผด็จการล่มสลาย

ทางด้านกลุ่มกบฏก็ได้ออกมาคัดค้านแอลจีเรีย โดยเรียกร้องให้แอลจีเรียส่งตัวสมาชิกครอบครัวกัดดาฟีกลับลิเบียทันทีเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้กลุ่มกบฏได้รับประกันว่าการพิจารณาคดีกัดดาฟีและครอบครัวนั้นจะเป็นไปอย่างยุติธรรม อีกทั้งเตือนว่า เหตุการณ์นี้อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศต้องสั่นคลอน

“การกระทำของแอลจีเรียเป็นการกระทำที่ก้าวร้าวและไม่อาจยอมรับได้ เราจะใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้มีการส่งตัวอาชญากรเหล่านี้มาดำเนินคดีในลิเบียในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน” มาห์มูด แชมมาน โฆษกของคณะกรรมการรัฐบาลรักษาการแห่งชาติ (เอ็นทีซี) กล่าว

อีกทั้งโฆษกเอ็นทีซียังเปิดเผยว่า แอลจีเรียได้เสนอให้ครอบครัวกัดดาฟีใช้แอลจีเรียเป็นทางผ่านเพื่อลี้ภัยไปอยู่ในประเทศที่ 3 “เรามีข้อมูลว่าแอลจีเรียกำลังช่วยครอบครัวกัดดาฟีในการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเราเชื่อว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปประเทศแถบยุโรปตะวันออก” แชมมาน กล่าว

ก่อนหน้านี้ กบฏลิเบียได้เคยกล่าวหาแอลจีเรียว่าให้การสนับสนุนกัดดาฟีในการทำสงครามกลางเมือง ซึ่งทางแอลจีเรียก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวพร้อมยืนยันว่าได้วางตัวเป็นกลางในปัญหาขัดแย้งในลิเบียมาโดยตลอด

ทางด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏนั้น ล่าสุดก็มีรายงานว่าทางกลุ่มกำลังรอคำสั่งให้เข้ายึดเมืองเซิร์ท เมืองบ้านเกิดของกัดดาฟีซึ่งอยู่ห่างจากกรุงตริโปลีไปทางตะวันออกราว 360 กิโลเมตร โดยขณะนี้ทางกลุ่มกบฏได้เข้าล้อมเมืองเซิร์ทแล้ว และเตรียมบุกยึดทันทีหากการเจรจากับกองกำลังของกัดดาฟีในเมืองนั้นล้มเหลว

แม้ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าตัวกัดดาฟีหลบซ่อนอยู่ที่ไหน แต่ก็มีการคาดเดาว่า ผู้นำลิเบียน่าจะอยู่ท่ามกลางผู้สนับสนุนที่เมืองแห่งนี้ โดยหากกลุ่มกบฏสามารถยึดเมืองเซิร์ทได้สำเร็จก็จะเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของผู้นำลิเบีย

ครอบครัวกัดดาฟีเผ่นเข้าแอลจีเรียตอกย้ำอาณาจักรเผด็จการล่มสลาย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานของเจ้าหน้าที่อาวุโสของกลุ่มกบฏว่า คามิส กัดดาฟี บุตรชายของกัดดาฟีและผู้บัญชาการกองทัพลิเบียเสียชีวิตแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะนอกกรุงตริโปลี เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามรายงานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ หากรายงานดังกล่าวเป็นจริงก็นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกองกำลังกัดดาฟี เนื่องจากคามิสนั้นถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำกองทัพที่เก่งกาจ แต่ขณะเดียวกันก็ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม โดยเมื่อไม่นานมานี้มีการพบซากศพที่ไหม้เกรียมอย่างน้อย 53 ศพ ภายในเรือนจำชั่วคราวของกองพลน้อยที่ 32 ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของคามิส กัดดาฟี หลายฝ่ายเชื่อว่าทหารของคามิสได้สังหารหมู่นักโทษทางการเมืองหลายคนที่ถูกจับตั้งแต่การลุกฮือปฏิวัติลิเบียเริ่มต้นเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ครอบครัวกัดดาฟีนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมและกดขี่มานาน โดยล่าสุดสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นยังได้รายงานเรื่องราวความโหดร้ายที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้บ้านพักตากอากาศสุดหรูของครอบครัวกัดดาฟีสมัยยังเรืองอำนาจภายหลังพบ ชเวย์กา มุลเลาะห์ สตรีชาวเอธิโอเปีย วัย 30 ปี ผู้ซึ่งเคยเป็นพี่เลี้ยงให้กับครอบครัวกัดดาฟี ในบ้านพักดังกล่าว

มุลเลาะห์ซึ่งมีแผลพุพองทั่วร่างกาย เปิดเผยว่า ตนนั้นเคยเป็นพี่เลี้ยงลูกๆ ของฮันนิบาล กัดดาฟี ลูกชายของกัดดาฟี ภายหลังเริ่มทำงานได้ไม่นานก็ถูก อลีน ภรรยาของฮันนิบาลทารุณกรรมอย่างโหดเหี้ยม โดยมีครั้งหนึ่ง อลีนไม่พอใจที่ตนไม่ยอมตีลูกสาว อลีนจึงมัดมือมัดเท้าและนำเทปมาปิดปาก จากนั้นก็เริ่มเทน้ำร้อนที่ศีรษะของตน

อีกทั้งมุลเลาะห์ยังเปิดเผยว่า เจ้าตัวนั้นถูกใช้งานหนักแต่ไม่เคยได้รับค่าตอบแทนเลยตลอดช่วงเวลา 1 ปี ที่ได้ทำงานให้กับครอบครัวและขณะนี้ก็สูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตหลังต้องเผชิญกับความโหดร้ายจากครอบครัวผู้นำลิเบีย  

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน