
สังคมไม่เท่าเทียม
ภายหลังเกิดเหตุจลาจลครั้งใหญ่ที่ประเทศอังกฤษเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
ภายหลังเกิดเหตุจลาจลครั้งใหญ่ที่ประเทศอังกฤษเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ก็ได้ออกมากล่าวโทษปัญหาสังคมว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้วัยรุ่นจำนวนมากออกมาปล้นสะดมและทำลายทรัพย์สินของบ้านเมือง โดย คาเมรอน นั้นยืนยันว่าจะต้องมีการลงโทษผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นบทเรียนสั่งสอนวัยรุ่นเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม แม้วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนที่ดีจากบางกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากชาวอังกฤษชนชั้นสูงผิวขาว ซึ่งมักมองว่าปัญหาต่างๆ ในสังคม อาทิ ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมนั้นมีสาเหตุมาจากกลุ่มชนชั้นล่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนผิวสี แต่บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ก็แสดงความเห็นว่า คาเมรอน นั้นกำลังวิเคราะห์ปัญหาในทางที่ผิด ซึ่งจะยิ่งนำไปสู่ปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้น
ความจริงก็คือ สังคมอังกฤษนั้นมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่กว้างมาก ส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม คนฐานะระดับล่างมีชีวิตที่ยากลำบาก เนื่องจากขาดอาชีพการงานที่มั่นคง อีกทั้งไม่ได้รับสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐอย่างทั่วถึง
เมื่อต้องเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากเช่นนี้ หลายคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น ก็หันไปก่ออาชญากรรมเพื่อที่จะได้เอาตัวรอดไปวันๆ โดยรัฐบาลนั้นก็ไม่เคยคิดที่จะเข้าไปแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนอย่างจริงจังสักที
เพราะฉะนั้น ปัญหาสังคมอังกฤษจึงรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคิด และผู้ที่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ก็ต้องมีความรู้และความเข้าใจในประเด็นนี้อย่างดีเยี่ยม
นักวิเคราะห์จึงตั้งข้อสงสัยว่า นายกรัฐมนตรี คาเมรอน นั้น คือผู้ที่เหมาะสมที่สุด หรือที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้ เพราะแนวทางการแก้ปัญหาที่ได้เสนอไปนั้นก็สะท้อนอย่างเด่นชัดว่า ผู้นำอังกฤษมีความคิดที่ผิดๆ ไม่ต่างกับกลุ่มชนชั้นสูงในสังคมเลย







