
ยุโรปเข้มบีบกรีซคุมวิกฤตหนี้
รมต.คลังอียูถกนัดพิเศษเพิ่ม บีบลดงบขาดดุลแลกช่วยเหลือ
โพสต์ทูเดย์
— อียูประชุมแก้ปัญหากรีซรอบใหม่ คาดกดดันกรีซแก้งบขาดดุลแลกความช่วยเหลือเอเอฟพี รายงานอ้างหนังสือพิมพ์ฮันเดลส์บลัตในเยอรมนี ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังสหภาพยุโรป (อียู) นัดพิเศษ เพื่อถกหามาตรการช่วยเหลือกรีซจากวิกฤตการณ์หนี้นั้น จะมีการกดดันอย่างหนักให้กรีซดำเนินการลดงบประมาณขาดดุลให้มากขึ้นอีก เพื่อแลกกับความช่วยเหลือของประเทศสมาชิกอียู
รายงานอ้างว่ามีเอกสารการประชุมนัดใหม่ ระบุว่า ฌอง โคลด ตริเชต์ ผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต้องการให้รัฐมนตรีคลังยุโรปร่วมกันกดดันให้กรีซยอมตกลงที่จะลดงบประมาณขาดดุลให้ได้มากกว่าเดิม ซึ่งมีทั้งข้อเสนอให้ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้บริโภค ขึ้นภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยและพลังงาน
ตริเชต์ ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเป็นหนทางเดียวที่กรีซจะลดงบขาดดุลให้ลงมาอยู่ที่ 8.7% ในปีนี้ ขณะที่กรีซให้คำมั่นก่อนหน้านี้ว่าจะลดงบขาดดุลให้ลงมาต่ำกว่า 3% ภายในปี 2012
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีหลายคนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงทางช่วยเหลือกรีซจากวิกฤตการณ์หนี้ท่วมประเทศอย่างไร
วันเดียวกัน ตริเชต์ ได้เปิดเผยก่อนการประชุม โดยกระตุ้นให้กรีซเพิ่มกระบวนการตรวจสอบทางบัญชี รวมถึงวินัยทางการคลังให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมวิกฤตหนี้ และย้ำความคาดหวังว่ากรีซจะมีการประกาศแผนฟื้นฟูออกมาโดยเร็ว
“
กรีซต้องเพิ่มการตรวจสอบทางบัญชีให้รัดกุมกว่านี้ การปล่อยให้มีตัวเลขหลุดออกมาโดยไม่ได้รับการตรวจสอบที่ดีพอ เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้” ตริเชต์ กล่าวทั้งนี้ ปัญหางบขาดดุลของกรีซพุ่งขึ้นไปถึง 12.7% ของจีดีพีประเทศ ขณะที่ปัญหาหนี้สาธารณะก็ทะยานไปถึง 3 แสนล้านยูโร (ราว 13.5 ล้านล้านบาท) หรือ 113% ของจีดีพี ซึ่งเป็นที่คาดกันว่าการประชุมนัดล่าสุดซึ่งต่อเนื่องมาจากนัดแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะมีการตกลงในมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือกรีซ และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินยูโร
วันเดียวกัน กระทรวงการคลังกรีซแถลงว่า พบเอกสารที่กรีซและสถาบันการเงินหลายแห่งตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นช่องทางสำคัญช่วยให้กรีซสามารถยืดเวลาการชำระหนี้
แม้จะไม่มีการเปิดเผยชื่อสถาบันการเงิน ทว่าอดีตผู้อำนวยการสำนักหนี้ของกรีซ กล่าวว่า กรีซเคยทำข้อตกลงสวอปกับธนาคารโกลด์แมน แซคส์ เมื่อปี 2002







