
ศก.ยูโรโซนแตะเบรกสัญญาณเตือนยุโรปถดถอย
เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนชะลอตัวอย่างหนัก ภายหลังเศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวเกินคาด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนชะลอตัวอย่างหนัก ภายหลังเศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวเกินคาด ด้าน ซาร์โกซี และแมร์เกิล เตรียมประชุมหาทางออกวิกฤตหนี้
เศรษฐกิจยุโรปกำลังส่งสัญญาณชะลอตัว ภายหลังมีการเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนเติบโตเพียง 0.2% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ เทียบกับตัวเลขการเติบโต 0.8% ในไตรมาสแรก ทั้งนี้มีสาเหตุจากเศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของยุโรป ชะลอตัวลงจนเกือบหยุดชะงัก
สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเยอรมนีในไตรมาสเดือน เม.ย.–มิ.ย. ขยายตัวเพียง 0.1% โดยชะลอตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่เติบโต 1.3% และน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.5% โดยก่อนหน้านี้เศรษฐกิจของเยอรมนีขยายตัวอย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอด แม้จะเป็นในช่วงเวลาที่ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะก็ตาม
เจอร์เกน มิเชล หัวหน้าทีมเศรษฐ ศาสตร์ยุโรปจากบริษัท ซิตี้กรุ๊ป ให้ความเห็นว่า ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจเยอรมนีนั้นน่าผิดหวังอย่างยิ่ง และทุกอย่างก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยุโรปกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะถดถอย
ทั้งนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีนั้น มีสาเหตุมาจากตัวเลขการนำเข้าที่สูงขึ้น ประกอบกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศที่ลดลง อีกทั้งยังมีปัจจัยจากการที่ประเทศผลิตพลังงานน้อยลง ภายหลังรัฐบาลสั่งปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ 8 แห่ง
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าเศรษฐกิจเยอรมนีในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับวิกฤตหนี้ในสหรัฐและยุโรปที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้น หลายฝ่ายจึงกังวลว่าเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงกลุ่มยูโรโซนในช่วงวิกฤตหนี้ครั้งนี้ อาจไม่สามารถแบกรับภาระได้อีกต่อไป
ในส่วนของประเทศสเปนนั้น ก็กำลังเผชิญกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศเติบโตเพียง 0.2% ในไตรมาส 2 ซึ่งชะลอตัวจากไตรมาสแรกที่มีการขยายตัว 0.3% ทั้งนี้มีสาเหตุจากการใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพื่อแก้วิกฤตหนี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการชะลอตัวของเศรษฐกิจก็สอดคล้องกับการคาดการณ์ของธนาคารกลางสเปน โดยสเปนนั้นต้องพึ่งพาการส่งออกเพื่อชดเชยอุปทานในประเทศที่ลดลง อีกทั้งกำลังประสบปัญหาการว่างงาน โดยอัตราว่างงานยังคงอยู่สูง กว่าระดับ 20%
ในส่วนของเศรษฐกิจประเทศกลุ่มยูโรโซนอื่นๆ ก็หดตัวเช่นกัน โดยเศรษฐกิจของอิตาลีเติบโตเพียง 0.3% เนเธอร์แลนด์ขยายตัว 0.1% และออสเตรีย 1%
นอกจากนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรโซนได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปอ่อนตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วันที่ผ่านมา โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 1.4% เมื่อเวลา 10.05 น. ตามเวลาท้องถิ่นในลอนดอน และดัชนี S&P 500 ร่วงลง 1.2%
อีกทั้งข่าวดังกล่าวยังส่งผลให้เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.4% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐอยู่ที่ระดับ 1.4388 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในส่วนของผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐและเยอรมนีนั้นลดลง 3 Basis Points
ทั้งนี้ ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศส มีกำหนดเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี เพื่อถกปัญหาวิกฤตหนี้ของยุโรป ท่าม กลางเสียงเรียกร้องให้ผู้นำชาติยุโรปนั้นลงมือแก้ปัญหามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเยอรมนีก็ยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่มีการหารือเรื่องพันธบัตรยูโรโซน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นหนทางที่จะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของหลายประเทศได้ โดยมาตรการดังกล่าวถูกคัดค้านจากเยอรมนีมาโดยตลอด เนื่องจากการออกพันธบัตรยูโรโซนจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของเยอรมนีสูงขึ้น และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศต้องหยุดชะงักอีกด้วย







