posttoday
โซเชียลมีเดียโฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริง?

โซเชียลมีเดียโฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริง?

14 สิงหาคม 2554

คนส่วนใหญ่บนโลกในนี้ยอมรับว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์และอุปกรณ์การสื่อสารอย่างแบล็คเบอร์รี่ หรือสมาร์ตโฟน

คนส่วนใหญ่บนโลกในนี้ยอมรับว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์และอุปกรณ์การสื่อสารอย่างแบล็คเบอร์รี่ หรือสมาร์ตโฟน

 
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

คนส่วนใหญ่บนโลกในนี้ยอมรับว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์และอุปกรณ์การสื่อสารอย่างแบล็คเบอร์รี่ หรือสมาร์ตโฟน กลายเป็นปัจจัยที่ห้าสำหรับการดำรงชีวิตด้วยเสพติดในความสะดวก รวดเร็วทันใจ คลายเครียด แก้เหงา และเชื่อมโยงโลกทั้งใบมาไว้ในมือโดยไม่ต้องกังวลถึงระยะทาง

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เหตุการณ์จลาจลเผาบ้านเผาเมืองในอังกฤษได้ปะทุขึ้น บรรดาโซเชียลมีเดียเหล่านั้นได้กลายสภาพจากพระเอกแสนดี ผู้ช่วยนางเอก จากบทบาทสำคัญที่เคยเป็นช่องทางสื่อสารเมื่อครั้งการลุกฮือของประชาชนในอิหร่านเมื่อเดือน มิ.ย. 2552

โซเชียลมีเดียกลับถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายจอมโฉด จอมบงการตัวดีในทันที ที่คอยปั่นป่วนให้สังคมที่สงบสุขมีอันต้องอันตรธานไป เหลือเพียงภาพกลุ่มวัยรุ่นสวมหมวดฮูด ปิดบังหน้าตา รวมกลุ่มกันออกปล้นสะดม ทำร้ายทำลายร้านค้าอย่างคึกคะนอง

แม้ต้นตอของเหตุความรุนแรงในอังกฤษจะยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่บรรดานักการเมือง สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ ต่างพร้อมใจกันชี้นิ้วโดยไม่ลังเลว่า “โซเชียลมีเดียเป็นตัวการสำคัญที่มีส่วนปลุกระดมโน้มน้าวความคิด และปั่นป่วนให้เกิดการก่ออาชญากรรมขึ้น” ก่อนที่จะลุกลามกระจายไปตามเมืองสำคัญทั่วประเทศ จนนายกรัฐมนตรีคาเมรอนออกกฎเหล็กห้ามไม่ให้มีการใช้บรรดาโซเชียลมีเดียโดยเด็ดขาดในช่วงที่มีเหตุการณ์จลาจลอีกต่อไป

โซเชียลมีเดียโฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริง?

 

แน่นอนว่า ข้อกล่าวหาร้ายแรงที่มีต่อทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก หรือแบล็คเบอร์รี่นี้ไม่ใช่ข้อกล่าวหาลอยๆ เพราะหลักฐานที่ระบุว่าจะประกอบอาชญากรรมดันไปปรากฏชัดอยู่บนหน้าจอของเครือข่ายดังกล่าว โดยยังไม่นับรวมสมาชิกเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่คึกจนลืมตัว ถ่ายภาพตนเองขณะลงมือก่อเหตุโพสต์โชว์ลงบนหน้าโฮมเพจส่วนตัวอย่างสนุกสนาน

ส่วนข้อความคึกคะนองก็ไล่เรียงตั้งแต่กำกวมไม่ชัดเจน จนถึงส่อเจตนารมณ์ในการลงมือปล้นอย่างแน่วแน่ เช่น “ถ้ากำลังห่อเหี่ยวเรื่องเงิน เรากำลังไปหาในลอนดอนตะวันตกคืนนี้ ใช่เลย คืนนี้”

หรือจะเป็น “เราไม่สนว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน แต่เราขอเรียนเชิญให้คุณมาร่วมกับเรา พวกตำรวจมัวแต่ไปยืนฉี่” “พวกเราไม่ได้ถังแตก แต่ใครจะบ้าไม่เอาของฟรี ไม่ต้องกังวลพวกตำรวจ เพราะพวกเราจะไล่ตะเพิดไปเอง ก็อย่างที่เห็นในทีวีไง ตำรวจน่ะอ่อน เจอกันตอน 7 โมงที่สวนสแตรดฟอร์ด ไปรวยกันเถอะ”

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของข้อความคึกคะนองข้างต้นนี้ เกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุการณ์ทุบทำลายข้าวของและวิ่งปล้นในเมืองเพียงไม่นาน และกลายเป็นพยานที่มีน้ำหนักยืนยันคำพูดและการกระทำของนายกรัฐมนตรีคาเมรอน ว่า ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย

โจนาธาน แอกวู ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียอมรับว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบัน เช่น การสื่อสารด้วยข้อความ อย่างโปรแกรม “บีบีเอ็ม” ของแบล็คเบอร์รี่ ที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ กลายเป็นปัจจัยเอื้อให้ผู้คนรวมสมัครพรรคพวกที่มีแนวความคิดแบบเดียวกันเพื่อลงมือก่อเหตุได้โดยง่าย เพราะอย่างน้อยก็อุ่นใจได้ว่ามีพวก มีผู้สมรู้ร่วมคิด แถมยังรู้แน่แก่ใจดีว่า การตามรอยเป็นเรื่องที่ยากและวุ่นวายพอสมควร หากไม่แสดงตัวด้วยตนเองแบบชัดเจนเสียก่อน

โซเชียลมีเดียโฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริง?

นอกจากนี้ ยิ่งเมื่อความก้าวหน้าทางการสื่อสารส่วนบุคคลบวกเข้ากับเสรีภาพในการสื่อสารที่อังกฤษให้ประชาชนมีได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีกลไกตามดูแลหรือควบคุม ก็ยิ่งส่งผลให้หัวขโมยหลายคนอาศัยการจลาจลของอังกฤษในครั้งนี้ รวมหัวกันวางแผนโหมกระพือเหตุการณ์ให้ลุกลามจากกรุงลอนดอนไปยังเมืองอื่นๆ ได้ราวกับโรคระบาด

ความเห็นของแอกวู สอดคล้องกับ โจนาธาน ทันคิส ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีของนีโอโพสต์ ที่มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหรียญอีกด้านหนึ่งของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่นิยมบรรยายสรรพคุณของตนเองว่า ช่วยเชื่อมโยงผู้คนในสังคมเข้าไว้ด้วยกันและนำมาซึ่งเรื่องดีๆ แต่ครั้งนี้กลายเป็นว่าการมารวมตัวกัน ไม่ได้ทำให้เกิดเรื่องดีๆ เสมอไป

ขณะที่ อิบูคุน อเดบาโย ผู้อำนวยการสารสนเทศแห่งเทิร์นนิง พอยต์ เห็นว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ ควรจะรู้สำนึกเสียทีว่าอำนาจที่ตนเองมียิ่งใหญ่และอันตรายมาก โดยที่หลังเกิดจลาจลวันแรก ทางเครือข่ายเหล่านั้นควรสั่งงดให้บริการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการนัดแนะ ชักชวน หรือสนับสนุนให้ลงมือสร้างความเสียหายให้กับประเทศ แม้ว่าผลของการกระทำดังกล่าวอาจทำให้บริษัทสูญเสียรายได้อย่างมหาศาลก็ตาม แต่จำนวนเงินเหล่านั้นก็น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ประเทศต้องชดเชยให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลายรายกลับมองว่า การกล่าวโทษเทคโนโลยีแต่เพียงอย่างเดียว ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนัก เพราะเทคโนโลยีเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่จะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน

นิก เบลเลนเบิร์ก ผู้อำนวยการไอทีของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในอังกฤษ ระบุว่า เทคโนโลยีทำให้คนติดต่อกันเพื่อมาร่วมประท้วง หรือแบ่งปันข้อมูลด้วยการรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เทคโนโลยีไม่สมควรถูกกล่าวโทษ หรือประณามคนที่ลงมือทำต่างหากที่สมควรโดนตำหนิ

ด้านคริส กรีเออร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาและอาชญวิทยาจากมหาวิทยาลัยลอนดอนซิตี เชื่อว่าบรรดาสมาร์ตโฟนอาจมีส่วนช่วยขโมยให้ก่อเหตุ แต่ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่โน้มน้าวชักจูงความคิดให้คนออกมารวมตัวตามท้องถนนได้ แต่กรีเออร์ยอมรับว่า สมาร์ตโฟนอาจมีส่วนช่วยให้เกิดเครือข่ายสังคมอาชญากรรมออนไลน์ เช่น การแบ่งปันข้อความระหว่างคนที่อยู่บนท้องถนน กับผู้สังเกตการณ์ที่ช่วยให้กลุ่มที่ลงมือปล้นชิงข้าวของ มีข้อมูลเพียงพอที่จะวิ่งหนีตำรวจได้ทันท่วงที

โซเชียลมีเดียโฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริง?

 

แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ความผิดที่จะโบ้ยให้กับสมาร์ตโฟนแบล็คเบอร์รี่ จนมีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บชื่อดังอย่างเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เพื่อป้องกันการปลุกระดมในลอนดอนและอีกหลายเมืองใหญ่

แม้ว่าส่วนใหญ่ล้วนเห็นด้วยกับมาตรการขั้นเด็ดขาดที่รัฐบาลอังกฤษนำมาใช้ แต่ขณะเดียวกันก็ร้องขอให้รัฐแยกแยะให้ได้ระหว่างคนที่พูดแต่ไม่ได้ทำ กับคนที่ทั้งพูดและทำ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว อาจทำให้มาตรการดังกล่าวกลายเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่รัฐในการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน จนนำไปสู่แรงกดดันสั่งสมครั้งใหม่ ให้การจลาจลระเบิดออกมาได้ในที่สุด

ต้องไม่ลืมว่าการใช้โซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมทางความคิด และมีผลกระทบยิ่งกว่าสื่อกระแสหลักที่นำไปสู่การออกมาเดินขบวนก่อจลาจลตามท้องถนนนี้ไม่ใช้ประเด็นใหม่ โดยมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในตะวันออกกลางอย่างอียิปต์ หรือลิเบียมาแล้ว

นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่บทบาทสำคัญของทวิตเตอร์ในฐานะการเป็นสื่อกลางที่ปลุกเร้าให้ชาวอิหร่านออกมาร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาล มาจนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอังกฤษนั้น สามารถกล่าวได้ว่า “โซเชียลมีเดีย” กำลังเดินทางมาถึงทางแยกครั้งสำคัญที่คำว่า “เสรีภาพแห่งการแสดงออก” ควรจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า...

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน