
หลอกตัวเอง
ขณะนี้ประชาคมโลกกำลังลุ้นอย่างใจจดใจจ่อว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องแผนเพิ่มเพดานหนี้ได้หรือไม่
ขณะนี้ประชาคมโลกกำลังลุ้นอย่างใจจดใจจ่อว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องแผนเพิ่มเพดานหนี้ได้หรือไม่
โดยการตัดสินใจครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากการเจรจาต่อรองระหว่างพรรครีพับลิกันกับเดโมแครตล้มเหลว ก็เท่ากับว่าเศรษฐกิจโลกอาจต้องปั่นป่วนครั้งใหญ่
ล่าสุดบทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ได้แสดงความเห็นว่า สาเหตุที่สหรัฐยังไม่อาจบรรลุแผนขยายเพดานหนี้ได้ ก็เพราะพรรครีพับลิกันนั้นมัวแต่ห่วงอนาคตทางการเมืองจนส่งผลให้ต้องหลอกตัวเองไปวันๆ
ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลิกันหลายคนแสดงท่าที่ไม่แยแสต่อวิกฤตการเงินของประเทศเลย ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าสหรัฐอาจจะต้องผิดชำระหนี้หากไม่สามารถเพิ่มเพดานเงินกู้ได้
โจ วอล์ช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรีพับลิกัน เคยถึงกับกล่าวหาประธานาธิบดี บารัก โอบามา ว่าพยายามสร้างความหวาดกลัวด้วยการโกหกประชาชนว่า การผิดนัดชำระหนี้จะสร้างวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ “ขณะนี้สหรัฐมีเงินเพียงพอที่จะชำระหนี้” วอล์ช กล่าวโดยไม่ได้ระบุว่าเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐนั้นอยู่ที่ใด
อีกทั้ง มิเชล บักแมนน์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ก็เคยกล่าวว่า สหรัฐไม่มีทางจะผิดนัดชำระหนี้ เพราะในที่สุดรัฐบาลก็ต้องหาวิธีจนได้ โดยนักวิเคราะห์มองว่าการที่บักแมนน์และวอล์ชพูดเช่นนี้ ก็เท่ากับว่ากำลังโกหกตัวเอง
นอกจากนี้ ยังมี สส.รีพับลิกันอีกจำนวนมากที่ยืนกรานว่าจะไม่สนับสนุนแผนการใดๆ ที่เสนอโดยทั้งสองพรรค หากแผนการนั้นมีมาตรการเพิ่มภาษีคนรวย
หลายฝ่ายเกรงว่าทางรีพับลิกันอาจตัดสินใจไม่ยอมปรองดองกับเดโมแครต เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจ้องที่จะป้ายความผิดให้กับโอบามาอยู่แล้วหากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้จริง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นชาวอเมริกันก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวร้ายตัวจริง







