
"บิล คลินตัน"กับหัวใจที่ไม่เคยหยุดเต้น
บิล คลินตัน ชายผู้นี้เป็นถึงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เคยเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจเมื่อปี 2004 เป็นสัญญาณถึงความร่วงโรยของร่างกายในวัย 60 กว่าๆ....
บิล คลินตัน ชายผู้นี้เป็นถึงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เคยเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจเมื่อปี 2004 เป็นสัญญาณถึงความร่วงโรยของร่างกายในวัย 60 กว่าๆ....
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
บิล คลินตัน ชายผู้นี้เป็นถึงอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เคยเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจเมื่อปี 2004 เป็นสัญญาณถึงความร่วงโรยของร่างกายในวัย 60 กว่าๆ
แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้คลินตันห่างหายไปจากเวทีโลก เขามีบทบาทสำคัญทั้งกับปฏิบัติการในเกาหลีเหลือ และล่าสุดก็คือความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งหลายในเฮติ
ตลอด 8 ปีแห่งการเป็นประธานาธิบดีของเขา คลินตันได้รับการกล่าวขวัญถึงพฤติกกรรมการบริโภคที่เขาสนุกกับการกินไม่น้อย ซึ่งรวมถึงจังก์ฟู้ด หรืออาหารขยะตามแบบวิธีอเมริกัน แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากพ้นตำแหน่งผู้นำสหรัฐ คลินตันเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นกลายเป็นผู้ที่เข้มงวดกับการกิน และโหมทำงานหนักยิ่งกว่า
ในปี 2004 เขาเข้ารับการผ่าตัดหัวใจหลังจากพ้นตำแหน่งมาได้ 3 ปีครึ่งเท่านั้น เป็นสัญญาณบอกว่าชีวิตควรจะถึงเวลาพักพ่อนได้เสียแล้ว แต่เขาก็ไม่หยุดยังตรากตรำทำงานเพื่อสังคม จนถึงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เขาถูกหามเข้าห้องผ่าตัดเพื่อสอดหลอดขยายเส้นเลือดถึง 2 หลอด เพื่อให้เลือดที่อุดตันสามารถไหลเข้าไปเลี้ยงหัวใจได้
แม้กระทั่งอยู่บนรถเข็นมุ่งหน้าสู่ห้องผ่าตัด เขาก็ยังร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เฮติอยู่เลย
เจมส์ คาร์วิลล์ อดีตผู้จัดการฝ่ายรณรงค์หาเสียงของคลินตันกล่าวกับซีเอ็นเอ็น เชื่อว่าคลินตันจะไม่ยอมชะลอชีวิตของเขากับภาระหน้าที่ที่กำลังทำอยู่ พร้อมกับย้ำว่า “คนทั่วโลก รักบุรุษคนนี้จริงๆ”
เมื่อปีที่แล้ว คลินตัน ในวัย 63 ปี กลายเป็นข่าวดังของโลก เมื่อเขาเดินทางไปยังเกาหลีเหนือเพื่อต่อรองช่วยชีวิตนักข่าวอเมริกัน 2 คน ออกจากเกาหลีเหนือได้
นอกจากนั้น เขายังเป็นประธานกองทุนการกุศล บิล คลินตัน ซึ่งหน้าที่หลักในขณะนี้คือการช่วยเหลือเฮติ ปลุกกระแสสังคมนานาชาติให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเฮติมากยิ่งๆ ขึ้น
นอกจากนั้น คลินตันยังได้รับการมอบหมายจากบันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ให้เป็นผู้ประสานงานด้านความช่วยเหลือจากนานาชาติเพื่อผู้ประสบภัยเฮติอีกหน้าที่หนึ่ง
“ประธานาธิบดีคลินตัน ยังคงมีจิตใจที่ดีเยี่ยมและจะทำงานให้กับมูลนิธิ และช่วยเหลือชาวเฮติในระยะยาวต่อไป” แถลงการณ์จากโฆษกของคลินตัน ระบุหลังจากที่คลินตันถูกหามออกจากห้องผ่าตัดเมื่อวันศุกร์ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง
จะว่าไปแล้วคลินตัน ตั้งแต่ช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จนถึงขณะนี้ เขายังไม่เคยว่างเว้นจากการเป็นหัวข่าวใหญ่ของโลก ในปี 1998 เขาเองก็เคยตกเป็นข่าวฉาวคาวสัมพันธ์สวาทกับ พนักงานฝึกงานสาวในทำเนียบขาว “โมนิกา ลูวินสกี” ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องทิ้งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐในเวลาต่อมาในที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลังจากการทรยศต่อฮิลลารี คลินตัน ภริยาของเขาครั้งใหญ่ในครั้งนั้น ขณะนี้คลินตันก็ยอมเล่นเป็นช้างเท้าหลังให้กับภริยาบ้าง เขาสวมบทบาทเป็นผู้สนับสนุนการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีให้กับเธอ และเป็นสามีผู้คอยสนับสนุนเธอในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งถือเป็นสตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในสหรัฐขณะนี้
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 ก่อนหน้าที่เขาจะลาเก้าอี้ผู้นำสหรัฐไม่นาน คลินตันเคยสร้างหนังสั้นให้กับผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เป็นเรื่องราวตลกๆ ของเขาว่าเป็นอดีตประธานาธิบดีที่กำลังสุดน่าเบื่อกำลังเตรียมอาหารให้กับภริยา ซึ่งขณะนี้ฮิลลารีเพิ่งจะชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นวุฒิสมาชิกรัฐนิวยอร์ก
แต่นั้นก็เป็นเพียงเรื่องขำขันเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงแล้วบิล คลินตันเกลียดการอยู่นิ่งๆ และเขาก็กลับคืนสู่เวทีโลกในที่สุดเขาเริ่มขึ้นเวทีประชุมหลายแห่งทั้งที่ได้รับเงินค่าตอบแทนก้อนโต หรือไม่ว่าจะปรากฏตัวให้ฟรีๆ
ในปี 2003 มูลนิธิบิล คลินตัน เจรจาต่อรองกับบรรดาบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ทั้งหลายได้สำเร็จ ให้ช่วยลดราคายาต้านไวรัสเอดส์ให้กับประเทศในโลกกำลังพัฒนาได้ ซึ่งประเทศเหล่านี้กำลังผจญกับวิกฤตโรคเอดส์ครั้งรุนแรง แต่ไม่มีเงินพอที่จะเข้าถึงยาต้านไวรัสซึ่งมีราคาแพงได้ ถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของมูลนิธิ
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาเข้ารับการผ่านตัดครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ได้ทำให้เกิดคำถามขึ้นตามมามากมายว่า เขาจะชะลอการทำงานลงหรือไม่
“เขาทำงานหนักเหมือนที่เคยทำมา เขาทำงานหนักมา 63 ปี แล้ว และก็จะทำงานหนักต่อไปอีก 63 ปี เขาไม่เคยหยุด” พอล เบลูกา นักวางยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสนิทของคลินตัน กล่าว
“เขาจะต้องผ่อนลงบ้าง เขาต้องผ่อนลงมาให้เหมือนมนุษย์ทั่วไป เขาเคยทำงานเป็นแบบซูเปอร์แมน แต่ตอนนี้เขาต้องลดทุกอย่างลง ไม่มีอะไรต้องน่าสงสัยอีก” เอ็ด เรสเดล ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย กล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ตารางการทำงานของคลินตัน เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดมนุษย์ก็ว่าได้
15 ม.ค. เขาออกรณรงค์หาเสียงในเมืองโคกเลย์ จากนั้น 3 วัน ต่อมาเขาเดินทางไปเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในเฮติ
28 ม.ค. คลินตันเดินทางไปร่วมเวทีประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอน รณรงค์ขอความช่วยเหลือให้กับเฮติ ก่อนที่ในวันที่ 5 ก.พ. ก็ได้บินกลับไปยังเฮติอีกครั้ง
“จากที่ผมรู้ คลินตันจะอยู่บนสายโทรศัพท์ตลอด เรียกร้องขอให้โลกส่งความช่วยเหลือเฮติให้มากขึ้น” เทอร์รี แมคออลิฟฟ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการแห่งชาติของพรรคเดโมแครต กล่าว
แต่กระนั้นเขาจะชะลอการทำงานหรือเดินหน้าต่อไป ล้วนขึ้นอยู่กับตัวคลินตันเองทั้งนี้
“ผมรู้สึกดีขึ้นครับ ผมออกเดินได้ราวๆ 23 ไมล์ เมื่อเช้านี้ หมอบอกว่าไม่ให้วิ่ง ให้เดินเอา ห้ามเดินเร็วๆ ขึ้นเนินเขาสัก 1 สัปดาห์” คลินตันบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 ก.พ.นี้
และในวาระครบรอบ 1 เดือนของเหตุโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวเฮติเมื่อวันที่ 16 ก.พ. คลินตันก็ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ผู้คนบริจาคช่วยเหลือเฮติต่อๆ ไป
โดยไม่ได้ระบุหรืออ้างถึงปัญหาสุขภาพของตัวเองแม้แต่น้อย
เพราะเขารู้ดีว่าแม้หัวใจจะอ่อนล้า แต่ใจที่จะสู้เพื่อสังคมส่วนรวมต่อไปนั้น มันยังไม่หยุดเต้นอยู่นั่นเอง...







