
ตลาดโลว์คอสต์ระอุนกเหล็กเร่งติดปีกเสริมทัพ
การแข่งขันในธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ โลว์คอสต์ แอร์ไลน์
การแข่งขันในธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ โลว์คอสต์ แอร์ไลน์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
การแข่งขันในธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ในเอเชียแปซิฟิกนับวันก็ยิ่งทวีความร้อนระอุ สายการบินต่างๆ ยอมทุ่มงบมหาศาลเพื่อเสริมทัพนกเหล็กและขยายการบริการให้ครอบคลุมขึ้น และปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาจากรายใหญ่อย่าง แอร์เอเชีย ซึ่งถือเป็นคู่แข่งรุ่นเฮฟวีเวตในภูมิภาคนี้
วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า เมื่อสิบปีก่อนแอร์เอเชียถือเป็นผู้ที่บุกเบิกรูปแบบสายการบินราคาประหยัดสู่เอเชีย หลังจากที่รูปแบบนี้ประสบความสำเร็จในยุโรปและอเมริกามาแล้ว ทว่าก็ยังมีผู้ที่กังขาไม่น้อยว่าจะใช้ได้กับเอเชีย ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีรายได้เพียงพอที่จะโดยสารเครื่องบินหรือไม่ มาวันนี้ความสำเร็จได้รับการพิสูจน์ให้เห็นแล้ว พร้อมด้วยการขยับปีกของนกเหล็กอีกหลายค่ายที่ขยับเข้ามาแข่งขันในตลาดโลว์คอสต์อย่างดุเดือด
สายการบิน เซบู แปซิฟิก จากฟิลิปปินส์ ได้ทุ่มงบมหาศาลหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มฝูงบิน เช่นเดียวกับสายการบินยักษ์ใหญ่อีกหลายแห่งในเอเชียที่หันมาแตกแขนงสายการบินโลว์คอสต์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อาทิ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส การบินไทย และออล นิปปอน แอร์เวย์ส หรือเอเอ็นเอ จากญี่ปุ่น
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ็ทสตาร์ แอร์เวย์ส สายการบินต้นทุนต่ำในเครือของแควนตัส แอร์เวย์ส จากออสเตรเลีย ประกาศเตรียมทุ่มงบ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยับขยายการปฏิบัติงานที่สิงคโปร์ และซื้อเครื่องบินใหม่อีก 7 ลำ มาเสริมทัพภายในปลายปีนี้ พร้อมเพิ่มเที่ยวบินเป็น 40 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
แม้นักวิเคราะห์จะเชื่อว่าไม่ใช่ทุกความพยายามที่จะประสบความสำเร็จและชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้ง่ายๆ ในตลาดที่หนาแน่นอยู่แล้ว แต่ความสำเร็จของแอร์เอเชียและโลว์คอสต์ใหญ่อีกบางรายก็ทำให้ผู้แข่งขันหน้าใหม่มั่นใจว่าจะทำเงินได้ในตลาดการบินเอเชีย และพร้อมเข้าแข่งขันอย่างดุเดือด
“ความต้องการเดินทางโดยเครื่องบินจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าด้วยการนำเสนอที่แข็งแกร่งของเรา เราจะสามารถแข่งขันได้ เหมือนที่เราอยู่ในธุรกิจนี้มานานถึง 10 ปีแล้ว” รุสดี คิรานา ประธานกรรมการ ไลออน แอร์ สายการบินที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย และกำลังรอการส่งมอบเครื่องบินใหม่อีก 134 ลำ กล่าวกับวอลสตรีต เจอร์นัล
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดการบินเอเชีย ซึ่งมีประชากรถึงกว่า 4,000 ล้านคน ท่ามกลางการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่โตเร็วที่สุดในโลก คาดว่าจะทำให้การเดินทางทางอากาศยังอยู่ในระดับราคาที่ถูกต่อไป และทำให้การจราจรทางอากาศในภูมิภาคนี้หนาแน่นขึ้น จนอาจขึ้นชั้นผู้นำในอนาคต
จากการประเมินของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) ระบุว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าจนถึงปี 2014 จำนวนผู้โดยสารทางอากาศในเอเชียจะขยายตัวขึ้นจาก 360 ล้านคน เป็น 1,000 ล้านคน
จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีสายการบินหน้าเก่าโฉมใหม่โดดร่วมวงโลว์คอสต์กันอย่างคึกคักมากขึ้น พีช เอวิเอชัน โดยเอเอ็นเอ คาดว่าจะเริ่มบินได้ภายในเดือน มี.ค. 2012 โดยมีค่าตั๋วเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะสั้นถูกกว่าราคาในปัจจุบันถึง 50% ด้านสายการบินประหยัดของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ก็จะเริ่มเส้นทางระยะกลางระยะไกลในช่วงต้นปีหน้า ขณะที่สายการบินประหยัดหน้าใหม่จากการบินไทย ก็คาดว่าจะเริ่มเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า
แต่แม้จะเป็นผู้เล่นหน้าเก่าที่ครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากที่สุดในขณะนี้ แอร์เอเชียก็ยิ่งต้องเร่งปรับตัวให้พร้อมกับการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น โดยล่าสุดได้บินไปจับมือกับเอเอ็นเอ เปิดตัวแอร์เอเชีย ญี่ปุ่น ภายใต้เงินทุน 63.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีเอเอ็นเอถือหุ้นใหญ่ 67% นับเป็นสายการบินโลว์คอสต์แห่งแรกที่ประจำอยู่ที่สนามบินนานาชาตินาริตะ และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ในเดือน ส.ค.ปีหน้า
ขณะที่ก่อนหน้านี้แอร์เอเชียก็เพิ่งเสริมทัพสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ 300 ลำไปหมาดๆ จากเดิมที่มีอยู่ 100 ลำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งที่ตลาดกำลังร้อนระอุ เห็นได้จากงานปารีส แอร์โชว์ 2011 ที่หลายค่ายสั่งซื้อเครื่องบินใหม่เพิ่มอย่างคึกคัก เช่น การูดา แอร์ไลน์ส จากอินโดนีเซีย 25 ลำ และอินดีโก จากอินเดีย 180 ลำ
“เราไม่เข้าร่วมแน่ถ้าเป็นธุรกิจที่ไม่ทำกำไร เรามองว่านี่คือตลาดใหม่ ขนาดใหญ่ และยังแข่งขันได้อยู่” นิโคลัส โลนิเดส โฆษกของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส กล่าว







