posttoday
ถึงเวลาคนกลาง

ถึงเวลาคนกลาง

21 กรกฎาคม 2554

ขอต่ออีกสักหน่อยกับเรื่องคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ)

ขอต่ออีกสักหน่อยกับเรื่องคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ)

โดย..ธนพล ไชยภาษี 

ที่มีคำพิพากษาให้ไทยและกัมพูชา ถอนทหารออกจากบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร และกำหนดเขตปลอดทหารขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ก็พากันตีความกันไปใหญ่ทั้งไทยและกัมพูชา ว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ ใครต้องถอยมากกว่ากัน

แต่สำหรับคนไทย อย่าลืมครับว่า เราอยู่บนหน้าผา เขาอยู่บนที่ราบด้านล่าง ยังไงเสียชัยภูมิของไทยเราก็ได้เปรียบกว่าอยู่แล้ว และกัมพูชาเองก็ต้องเสียหน้าไปไม่น้อย เพราะต้องถอยออกจากตัวปราสาทซึ่งเป็นของเขาเหมือนกัน

เมื่อเด็กทะเลาะกัน ผู้ใหญ่ก็ต้องจับแยกออกจากกันเป็นธรรมดาครับ อย่าเพิ่งด่วนตีความไปว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบเพราะต่อจากนี้ ใครจะหัวใครจะก้อยนั้นจะตกไปอยู่ที่การเจรจาที่ศาลสั่งให้ไปคุยกันมากกว่า

ที่สำคัญ เกมครั้งใหม่นี้จะมีตัวละครเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คืออินโดนีเซีย ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ จากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ

ไทยต้องไม่ลืมว่า เราเองเคยผิดคำพูดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งไทยก็ยอมรับในช่วงแรก ก่อนที่เมื่อถึงเวลาจริง เราเองที่กลับเป็นฝ่ายผิดคำพูดปฏิเสธไม่ให้คนจากอินโดนีเซียเข้ามา

บทบาทของเจ้าหน้าที่คนกลาง ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำหน้าที่เป็นคนรายงานข้อเท็จจริงจากในพื้นที่โดยที่ไม่มีอคติหรือฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่ผ่านมาโลกไม่รู้หรอกครับ ว่าใครยิงใครก่อน เขมรหรือไทยเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน เพราะไม่มีคนนอก ไม่มีคนกลางอยู่ในเหตุการณ์ จะศาลโลกหรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเขาไม่รู้ข้อเท็จจริงครับ

เมื่อไม่มีคนกลาง กัมพูชาก็มดเท็จมาตลอดว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน ไทยเป็นฝ่ายรังแกรุกรานเขาก่อนซึ่งเป็นประเทศเล็กกว่า ผมเห็นว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่อินโดนีเซียจะเข้ามาสังเกตการณ์เพื่อรายงานข้อเท็จจริงกลับไป

หน้าที่ของรัฐบาลใหม่ของเราต่อไปนี้ ก็คือการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลโลก เพื่อแสดงให้ศาลโลกเห็นว่า ไทยต้องการสันติภาพจริงๆ ไทยไม่ใช่ฝ่ายเริ่มต้นปัญหา และไทยมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา ไม่ได้เป็นประเทศที่ใหญ่กว่าไล่ตบเกรียนประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชาไปวันๆ

ส่วนศึกชิงพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ในเมื่อศาลโลกไม่ได้พูดถึง และไม่มีสิทธิในการตัดสินเรื่องเขตแดน ทุกอย่างก็ต้องกลับมาอยู่บนโต๊ะเจรจา

ก็อยู่ที่เราแล้วละครับ ว่าจะเอายังไง จะรักชาติ รักอธิปไตย รักแผ่นดินเพียงพอหรือเปล่า ที่จะสู้กันในเรื่องนี้บนโต๊ะเจรจา

พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร มันไม่ใหญ่โตอะไรดอก แต่สิ่งสำคัญสำหรับชาวไทย มันคือคำว่า “ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของชาติ” ครับ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน