
ฝนตกหนัก3วัน 300–400 มม. ท่วมกรุง 50 เขต ทำไมถูกเรียก “มหาอุทกภัย”
ฝนตกหนักสะสมเกินกำลังระบายน้ำ กระทบการเดินทางและชุมชนหลายจุด แม้ปริมาณน้ำหลากยังต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554
KEY
POINTS
- กทม. ขยายประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุม 50 เขต ท่ามกลางน้ำท่วมถนนและชุมชน
- ข้อมูลในต้นฉบับระบุว่าฝนสะสมสามวันอยู่ที่ 300–400 มิลลิเมตร ขณะที่น้ำทะเลหนุนเพิ่มข้อจำกัดในการระบายน้ำ
- รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ชี้ว่าปริมาณน้ำเหนือปี 2554 มากกว่าครั้งนี้ราว3เท่า จึงต้องแยกผลกระทบในเมืองออกจากขนาดของมวลน้ำหลาก
กรุงเทพมหานครเผชิญน้ำท่วมที่กระทบทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิต หลังฝนตกต่อเนื่องจนมีปริมาณสะสม3 วัน 300–400 มิลลิเมตร กทม. ขยายประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต ขณะที่น้ำท่วมสูงในถนนและชุมชนบางแห่ง ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ควรถูกเรียกว่า “มหาอุทกภัย” หรือไม่
คำเรียกนี้ สะท้อนความรุนแรงของผลกระทบในเมืองมากกว่าปริมาณน้ำหลากเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่รวบรวมมาระบุถึงรถยนต์จมน้ำในบางจุด การเดินทางบนถนนสายหลักหยุดชะงัก และประชาชนกลุ่มเปราะบางติดค้างในอาคารพักอาศัยบางแห่ง
บนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า มีรายงานระดับน้ำสูง 50–60 เซนติเมตรจนรถบางประเภทสัญจรไม่ได้ ส่วนข้อมูลจากเคหะคลองจั่นระบุระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร และมีปัญหาไฟฟ้า น้ำประปา อาหาร และน้ำดื่มสำหรับผู้อยู่อาศัย พื้นที่เคหะร่มเกล้าและลาดกระบังได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในคลองที่สูงขึ้น
ด้านสภาพอากาศ "ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่คงอยู่เหนือภาคกลางและกรุงเทพฯ ทำให้ฝนตกซ้ำในพื้นที่เดิม โดยเชื่อมโยงสภาพดังกล่าวกับอุณหภูมิน้ำทะเลและไอน้ำในบรรยากาศที่เพิ่มขึ้น เมื่อน้ำทะเลหนุนในช่วงเดียวกัน การระบายน้ำออกจากเมืองยิ่งทำได้ยาก
อย่างไรก็ดี รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า หากวัดจากมวลน้ำหลาก เหตุการณ์นี้ต่างจากปี 2554 ซึ่งมีปริมาณน้ำเหนือมากกว่าราว3เท่า และเกิดจากรูปแบบน้ำหลากคนละลักษณะ การเรียกน้ำท่วมครั้งนี้ว่า “มหาอุทกภัย” จึงควรอธิบายให้ชัดว่าหมายถึง ขอบเขตและความหนักของผลกระทบต่อกรุงเทพฯ มิใช่การระบุว่าปริมาณน้ำหลากเท่ากับปี 2554
โจทย์หลังน้ำลด คือการประเมินความเสี่ยงให้ถึงระดับพื้นที่ การเตือนภัยภาพรวมยังไม่เพียงพอสำหรับบอกประชาชนว่า ฝนปริมาณมากจะทำให้น้ำท่วมตรงไหนและสูงเพียงใด
ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็กในอาคารพักอาศัยต้องอาศัยข้อมูลและแผนรับมือเฉพาะจุด.







