
พม.ชูวิถีชาวเล–มานิ เปิดพื้นที่เรียนรู้ ยกระดับสิทธิชุมชน
พม.เตรียมจัดงาน “ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ” วันที่ 25–26 ก.ย. ที่เกาะลันตา ส่งเสริมอัตลักษณ์ พร้อมผลักดันสิทธิและคุณภาพชีวิต
KEY
POINTS
- พม. เตรียมจัดงาน “ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ” ที่ จ.กระบี่ เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้และเผยแพร่วิถีชีวิต ภูมิปัญญาของชาวเลและมานิ
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเปลี่ยนแนวทางการช่วยเหลือเป็นการสร้างความมั่นคงและส่งเสริมการเข้าถึงสวัสดิการ
- เพื่อสร้างความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์และถ่ายทอดอัตลักษณ์ของทั้งสองกลุ่มชาติพันธุ์อย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. แถลงเตรียมจัดงาน “ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ Charming of the Sea – let’s Sea The Mountain 2026” ระหว่างวันที่ 25–26 กันยายน 2569 ณ สวนสาธารณะหาดพระแอะ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เพื่อเผยแพร่วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวเลและมานิ พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสังคมไทย
การแถลงข่าวจัดขึ้นโดยมีนางสาวแรมรุ้ง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และนายไมตรี จงไกรจักร ประธานมูลนิธิชุมชนไท ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งสองกลุ่ม
อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกล่าวว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชาวเลและมานิ ท่ามกลางสังคมไทยที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยจะปรับแนวทางจากการช่วยเหลือแบบตั้งรับ ไปสู่การสร้างความมั่นคงในชีวิต และส่งเสริมให้ความหลากหลายกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
กระทรวงยังมุ่งพัฒนากลไกช่วยให้ชาวเลและมานิก้าวข้ามอุปสรรค เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการขั้นพื้นฐาน และโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม ส่วนกรณีรัฐบาลสั่งทบทวนกระบวนการขอสัญชาติไทยทั้งระบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างแก้ไขข้อกฎหมาย แต่กระทรวงยืนยันว่าจะเดินหน้าดูแลสิทธิและคุณภาพชีวิตของชุมชนต่อไป
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพร กล่าวว่า การเชิดชูอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และสิทธิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิม โดยเฉพาะชาวเลและมานิ จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในสังคมพหุวัฒนธรรม
ขณะที่นายไมตรีเสนอให้ทุกฝ่ายรับฟังเสียงของชุมชนอย่างจริงจัง ให้คุณค่ากับภูมิปัญญาดั้งเดิม และเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่เป็นเจ้าของปัญหาและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไข โดยมีภาคประชาสังคมและศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรสนับสนุนทรัพยากร รวมถึงเชื่อมโยงข้อเสนอของชุมชนเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบาย
กระทรวง พม. จึงเชิญชวนประชาชนร่วมงาน เพื่อเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และร่วมส่งต่อวิถีชีวิตกับภูมิปัญญาของชาวเลและมานิสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน







