
ROH ไม่รับความเห็น GROREIT ย้ำสิทธิซื้อคืน “โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” ยังอยู่
ROH แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เห็นด้วยกับความเห็นผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตี GROREIT ที่ระบุว่าสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโครงการสิ้นสุดลงแล้ว พร้อมยืนยันบริษัทยังเห็นว่ามีสิทธิซื้อคืนตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นอยู่ระหว่างหารือที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อกำหนดแนวทางรักษาสิทธิและดำเนินการที่เหมาะสม ก่อนจับตาการประชุมผู้ถือหน่วย 28 ต.ค.2569 พิจารณาการจำหน่ายทรัพย์สินหลักของกองทรัสต์
KEY
POINTS
- ROH แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เห็นด้วยกับความเห็นผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตี GROREIT ที่ระบุว่าสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโครงการสิ้นสุดลง
- พร้อมยืนยันบริษัทยังเห็นว่ามีสิทธิซื้อคืนตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นอยู่ระหว่างหารือที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อกำหนดแนวทางรักษาสิทธิ
- ก่อนจับตาการประชุมผู้ถือหน่วย 28 ต.ค.2569 พิจารณาการจำหน่ายทรัพย์สินหลักของกองทรัสต์
นายศานิต อรรถญาณสกุล บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH แจ้งตลาดหลักทรัพ์แห่งประเทศไทย ว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ขอให้ ROH ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด
ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน (GROREIT) มีมติให้เรียกประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ของ GROREIT ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 28 ตุลาคม 2569
เพื่อพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินหลักของ GROREIT คือ โครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ทาวเวอร์ส (“ทรัพย์สินโครงการ") ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายให้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอก หรือการจำหน่าย โดยวิธีการเปิดประมูล
โดยผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีของ GROREIT มีความเห็นร่วมกันว่าสิทธิของบริษัทในการซื้อคืนทรัพย์สินโครงการตามสัญญาจะซื้อจะขายที่เกี่ยวข้องได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีรายละเอียดตามที่อ้างถึงนั้น
บริษัทขอเรียนว่า บริษัทไม่เห็นด้วยกับความเห็นของผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีดังกล่าว และยังคงเห็นว่าบริษัทมีสิทธิในการซื้อคืนทรัพย์สินโครงการตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างหารือและขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท ในการพิจารณาแนวทางและการดำเนินการที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อรักษาสิทธิของบริษัท หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินโครงการอันอาจกระทบต่อสิทธิของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป เมื่อมีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญ.







