
สทนช.เตือนฝนตกหนัก 4–7 ต.ค.นี้ อ่างเก็บน้ำประเทศแตะ 81%
สทนช.เผยอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 81% ขณะที่ 4–7 ต.ค. ฝนหนักบางพื้นที่ เจ้าพระยายังระบายผ่านเขื่อน 2,500 ลบ.ม./วินาที
KEY
POINTS
- อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวม 65,146 ล้าน ลบ.ม. หรือ 81% น้ำใช้การ 41,025 ล้าน ลบ.ม. หรือ 73%
- 4–7 ต.ค. 2569 ไทยตอนบนเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนหนักบางพื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ยังมีฝนต่อเนื่อง
- ลุ่มเจ้าพระยา น้ำผ่านนครสวรรค์ 2,245 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที
จับตาฝนรอบใหม่ 4–7 ต.ค.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ฝนรอบใหม่ในช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. ซึ่งหลายพื้นที่ของประเทศมีโอกาสเผชิญฝนตกหนัก ขณะที่อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมอยู่ในระดับ 81% ของความจุเก็บกัก
วันนี้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจเกิดฟ้าผ่าบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ก่อนที่สถานการณ์ฝนจะเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.
สทนช. ระบุว่า ช่วงปลายฤดูฝน มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนและเกิดฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง
วันที่ 4 ต.ค. ต้องติดตามภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนวันที่ 5–6 ต.ค. พื้นที่ฝนหนักขยายมายังภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนลดลง
วันที่ 7 ต.ค. ฝนยังเกิดบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนพื้นที่อื่นมีแนวโน้มฝนลดลง
อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 81%
ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 65,146 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 81% ของความจุเก็บกักเป็นน้ำใช้การ 41,025 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 73%
เมื่อแยกรายภาค พบว่า ภาคตะวันตกมีสัดส่วนน้ำสูงสุด 95% หรือ 26,897 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามด้วยภาคตะวันออก 89% ภาคกลาง 78% ภาคเหนือ 74% ภาคใต้ 70% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 69%
สำหรับ 3 อ่างหลักในพื้นที่ EEC อ่างบางพระมีน้ำ 93 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 80% อ่างหนองปลาไหล 157 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96% ขณะที่อ่างประแสร์มีน้ำ 307 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 102%
เจ้าพระยายังระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที
สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,245 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 23.33 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.37 เมตร
ส่วนเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.82 เมตร รทก. และท้ายเขื่อน +15.93 เมตร รทก.
ด้านสถานี P.17 อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ระดับน้ำอยู่ที่ 36.08 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.17 เมตร และมีแนวโน้มลดลง ขณะที่สถานี N.67 อำเภอชุมแสง ระดับน้ำ 26.23 เมตร รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.98 เมตร แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ช่วง 4–7 ต.ค. จึงเป็นช่วงที่ต้องติดตามทั้งฝนรอบใหม่ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และการบริหารน้ำในลุ่มเจ้าพระยาควบคู่กัน โดยเฉพาะวันที่ 5–6 ต.ค. ซึ่งข้อมูลของ สทนช. ระบุว่าฝนหนักจะครอบคลุมหลายภาค รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล







