
เคาะเกณฑ์ใหม่ดาต้าเซนเตอร์ แบ่ง 5 ขนาด จัดเป็นอาคารพิเศษ
บอร์ดดาต้าเซนเตอร์ปรับนิยามกฎหมาย แยกเป็นอาคารเฉพาะ กำหนด 5 ขนาดตามการใช้ไฟ พร้อมแยกอัตราค่าไฟ จูงใจใช้พลังงานสะอาดผ่าน Direct PPA ตั้งเป้าชง ครม. ภายใน 1 เดือน
KEY
POINTS
- กำหนดนิยามทางกฎหมายให้ "ดาต้าเซนเตอร์" เป็นอาคารประเภทพิเศษ แยกออกจากกลุ่มอาคารขนาดใหญ่แบบเดิม
- แบ่งประเภทดาต้าเซนเตอร์ออกเป็น 5 ขนาด โดยพิจารณาจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก จากเดิมที่มี 3 ขนาด
- เตรียมกำหนดเกณฑ์กำกับดูแลใหม่ที่รัดกุมขึ้น ทั้งด้านความปลอดภัย การออกแบบโครงสร้าง การสำรองน้ำ และเชื้อเพลิง
- มีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) ให้ผู้ประกอบการเดิมที่ยังไม่ตรงตามเกณฑ์ใหม่ได้มีเวลาปรับตัว
- ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดผ่านโครงสร้างราคาไฟฟ้า 2 อัตรา เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการลดการปล่อยคาร์บอน
เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลพื้นที่อาคาร-ตำแหน่งที่ตั้ง และลักษณะของดาต้าเซนเตอร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์แห่งชาติ หรือบอร์ดดาต้าเซนเตอร์ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน
โดยได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำเกณฑ์กำกับดูแลว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนการกำหนดนิยามทางกฎหมาย โดยจะใช้คำว่า “ดาต้าเซนเตอร์” แทนการจัดประเภทรวมอยู่ในกลุ่ม “อาคารขนาดใหญ่” แบบเดิม
ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดประชุมสรุปรายละเอียดร่วมกับกรมโยธาธิการ และผังเมือง ณ กระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดเกณฑ์ความปลอดภัย การออกแบบโครงสร้าง การสำรองน้ำ และการกักตุนถังน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับระบบไฟฟ้าฉุกเฉินให้รัดกุม
สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนก่อสร้างหรือเปิดให้บริการอยู่ก่อนแล้ว หากรายละเอียดไม่ตรงกับเกณฑ์ใหม่ที่จะประกาศใช้ รัฐบาลจะกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม โดยยึดหลักการจัดระเบียบอุตสาหกรรมควบคู่กับการรักษาสภาพแวดล้อมการลงทุน
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ขณะนี้ที่ประชุมได้สรุปการแบ่งประเภทดาต้าเซนเตอร์ ออกเป็น 5 ขนาด จากเดิม 3 ขนาด โดยพิจารณาจาก ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการดึงไฟเข้าอาคาร มาตรฐานความปลอดภัย และขนาดถังสำรองเชื้อเพลิง
นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์ใหม่จะมุ่งเน้นการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดตามเป้าหมาย Net Zero ผ่านโครงสร้างราคาไฟฟ้าแบบเปรียบเทียบ โดยแบ่งออกเป็น 2 อัตราหลัก ได้แก่
1. อัตราพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการที่ซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดผ่านระบบ Direct PPA หรือใช้พลังงานหมุนเวียน (Green Energy) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลดการปล่อยคาร์บอน
2. อัตราทั่วไป สำหรับผู้ประกอบการที่ดึงไฟฟ้าจากระบบปกติ ซึ่งจะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงกว่า
นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ร่วมกับ 12 หน่วยงานภาครัฐ จาก 28 หน่วยงาน เร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำแผนผังข้อมูล หรือ “แดชบอร์ดกลาง” ในรูปแบบข้อมูลเปิด เพื่อให้สาธารณชน และนักลงทุนเข้าถึงข้อมูลการขออนุญาต และการใช้พลังงานได้อย่างเป็นระบบ และโปร่งใส
โดยตั้งเป้าหมายจะสรุปกรอบเกณฑ์ทั้งหมดจากทุกอนุกรรมการฯ ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน ตามนโยบายของนายเอกนิติ รองนายกรัฐมนตรี







