posttoday
สทนช.เตือน 6 จังหวัดรับน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ใต้ฝนตกหนัก 2–3 ต.ค.69

สทนช.เตือน 6 จังหวัดรับน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ใต้ฝนตกหนัก 2–3 ต.ค.69

01 ตุลาคม 2569

 สทนช.เตือนปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที อาจดันน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น 20–60 ซม. เฝ้าระวัง 6 จังหวัด

KEY

POINTS

  • เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ สทนช.เตือนผลกระทบจากการปรับเพิ่มอัตราระบายไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที
  • พื้นที่เสี่ยงใน 6 จังหวัด ตั้งแต่ชัยนาทถึงนนทบุรี ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น 0.20–0.60 เมตร
  • อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวม 80% ของความจุ ส่วนวันที่ 2–3 ต.ค. 2569 ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

 

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากปัจจุบัน 0.20–0.60 เมตร โดยระบุพื้นที่เสี่ยงใน 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

ข้อมูลลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่า เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.79 เมตรเทียบระดับทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.46 ม.รทก.
 

ขณะที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 24.10 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.60 เมตร

สถานีตรวจวัดต้นน้ำอีกสองแห่งมีแนวโน้มต่างกัน โดยสถานี P.17 อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ มีระดับน้ำ 37.78 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.47 เมตร และมีแนวโน้มลดลง ส่วนสถานี N.67 อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ มีระดับน้ำ 26.41 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.80 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับระบายน้ำ ครอบคลุมอำเภอต่อไปนี้

  • ชัยนาท: อำเภอสรรพยา
  • สิงห์บุรี: อำเภอพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี และอินทร์บุรี
  • อ่างทอง: อำเภอเมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ ไชโย และป่าโมก
  • พระนครศรีอยุธยา: อำเภอบางซ้าย เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร และลาดบัวหลวง
  • ปทุมธานี: อำเภอสามโคก และเมืองปทุมธานี
  • นนทบุรี: อำเภอเมืองนนทบุรี บางกรวย และปากเกร็ด

 

ด้านอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 64,427 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 80% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 40,304 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 71%

ภาคตะวันตกมีสัดส่วนน้ำต่อความจุสูงสุดที่ 94% รองลงมาคือภาคตะวันออก 90% โดยปริมาณน้ำรายภาคมีดังนี้

ภาค ปริมาณน้ำ (ล้าน ลบ.ม.) สัดส่วนต่อความจุ
เหนือ 20,048 73%
ตะวันออกเฉียงเหนือ 8,192 68%
กลาง 1,430 76%
ตะวันออก 2,858 90%
ตะวันตก 26,564 94%
ใต้ 5,335 70%

 

สำหรับสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค ภาคเหนือที่จังหวัดอุทัยธานี 48 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดร้อยเอ็ด 38 ภาคกลางที่จังหวัดสุพรรณบุรี 52 ภาคตะวันออกที่จังหวัดจันทบุรี 133 ภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77 และภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร 154 โดยไม่ได้ระบุหน่วยของตัวเลขฝน

วันที่ 1 ตุลาคม ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ส่วนวันที่ 2–3 ตุลาคม 2569 ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนที่พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

แหล่งที่มา : สำนักงานทรัยากรน้ำแห่งงชาติ 

 

สทนช.เตือน 6 จังหวัดรับน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ใต้ฝนตกหนัก 2–3 ต.ค.69


 

ข่าวล่าสุด

น้ำลดทะเบียนผุด! เช็กเว็บ "ตามหาทะเบียนออนไลน์" ได้แล้วทั่วไทย

น้ำลดทะเบียนผุด! เช็กเว็บ "ตามหาทะเบียนออนไลน์" ได้แล้วทั่วไทย