posttoday
“วรภัค” แจงปม กมธ.สหรัฐจี้แซงก์ชันกรณีสแกมเมอร์ ยันบริสุทธิ์

“วรภัค” แจงปม กมธ.สหรัฐจี้แซงก์ชันกรณีสแกมเมอร์ ยันบริสุทธิ์

17 กันยายน 2569

“วรภัค” อดีต รมช.คลังยืนยันความบริสุทธิ์ หลังสภาสหรัฐจี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการแซงก์ชันผู้มีรายชื่อพัวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ในอาเซียน

นาย วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในยุครัฐบาลอนุทิน 1 ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่า

 

“จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า ชื่อของผมปรากฏอยู่ในหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการ 2 คณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น

 

ผมขอชี้แจงว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการ ขอให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาว่าบุคคลที่มีรายชื่อเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายสำหรับการใช้มาตรการ sanctions หรือไม่ มิใช่ผลการสอบสวนหรือคำวินิจฉัยว่าผมได้กระทำความผิด และมิได้หมายความว่าผมถูกสหรัฐฯ sanctions แล้ว

 

ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ผมไม่เคยมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการของ scam centers การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ cybercrime หรืออาชญากรรมข้ามชาติใดๆ ตามที่มีการกล่าวถึง

“วรภัค” แจงปม กมธ.สหรัฐจี้แซงก์ชันกรณีสแกมเมอร์ ยันบริสุทธิ์

 

วันนี้ผมได้ติดต่อ Office of Foreign Assets Control (OFAC), U.S. Department of the Treasury อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อขอช่องทางในการนำส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานให้หน่วยงานของสหรัฐฯ พิจารณา และกำลังจัดส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้งสองคณะ เพื่อขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงและขอทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผม เพื่อที่จะสามารถตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้อย่างตรงประเด็น

 

ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการตอบข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนี้ คือ ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้

 

สำหรับข้อกล่าวหาบางส่วนที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับผมก่อนหน้านี้ ผมได้เลือกใช้กระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยได้ดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าว ปัจจุบันมีคดีหนึ่งที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้ว และอีกคดีหนึ่งได้เสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องและอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล

 

ผมไม่ขอคาดเดาว่าการที่ชื่อของผมปรากฏในหนังสือของสหรัฐฯ ครั้งนี้มีที่มาหรือเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เป็นคดีอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมจะทำต่อไปคือใช้ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้ เพื่อชี้แจงต่อทั้งศาลไทยและหน่วยงานของสหรัฐฯ

 

สำหรับรายละเอียดของข้อกล่าวหาบางส่วนที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลไทย ผมขอไม่เปิดเผยหรือโต้แย้งผ่านสื่อในขณะนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม

 

เมื่อมีความคืบหน้าที่เหมาะสม ผมจะแจ้งให้ทราบต่อไปครับ”

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และจอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยจีน ส่งหนังสือถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ขอให้ตรวจสอบบุคคลและองค์กรต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงกับศูนย์สแกม และพิจารณาคว่ำบาตรหากพบว่าเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมุ่งจัดการเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่สหรัฐฯ ระบุว่าใช้ฐานปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดำเนินกลโกงออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลงทุนและ “Pig Butchering” ซึ่งอาศัยการสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อก่อนโน้มน้าวให้โอนเงินลงทุน

 

สหรัฐฯ ยังชี้ว่าเครือข่ายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานในศูนย์สแกม ขณะที่มาตรการปราบปรามจะมุ่งไปถึงผู้สนับสนุนด้านการเงิน ธุรกิจ และบุคคลที่ช่วยให้เครือข่ายดำเนินงานได้

 

จดหมายดังกล่าวสอดคล้องกับความพยายามของสหรัฐฯ ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรและกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อสกัดแหล่งเงินและโครงสร้างธุรกิจของศูนย์สแกม

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผลักดันร่างกฎหมาย H.R. 5490 หรือ Dismantle Foreign Scam Syndicates Act ซึ่งมีเป้าหมายจัดตั้งคณะทำงานระหว่างหน่วยงานเพื่อรื้อเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ และดำเนินมาตรการต่อบุคคลต่างชาติที่เกี่ยวข้อง

 

สำหรับประเทศไทย ประเด็นที่ถูกจับตาคือการอ้างถึงชื่อ วรภัค ธันยาวงษ์ (Vorapak Tanyawong) ในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเครือข่ายดังกล่าว 

 

โดยรายงานของ Committee to Protect Journalists ระบุว่า วรภัคเคยถูกกล่าวหาในรายงานข่าวเกี่ยวกับการฟอกเงินจากเครือข่ายสแกมในกัมพูชาผ่านสถาบันการเงินไทย ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับผู้สื่อข่าวที่รายงานประเด็นดังกล่าว

อ่านเอกสารฉบับเต็ม ที่นี่

จับตาผลกระทบต่อภาคการเงินไทย

 

แรงกดดันจากสหรัฐฯ อาจเพิ่มความสำคัญของมาตรการตรวจสอบธุรกรรมและการป้องกันการฟอกเงินของสถาบันการเงินในภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับบุคคลหรือบริษัทซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางการสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ หนังสือของสมาชิกสภาคองเกรสเป็นการ ขอให้ฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ตรวจสอบและพิจารณามาตรการคว่ำบาตร ไม่ใช่ประกาศคว่ำบาตรบุคคลที่ถูกระบุชื่อแล้ว โดยผลจะขึ้นอยู่กับการสอบสวนและการพิจารณาตามเกณฑ์ทางกฎหมายของหน่วยงานสหรัฐฯ

 

ข่าวล่าสุด

“วรภัค” แจงปม กมธ.สหรัฐจี้แซงก์ชันกรณีสแกมเมอร์ ยันบริสุทธิ์

“วรภัค” แจงปม กมธ.สหรัฐจี้แซงก์ชันกรณีสแกมเมอร์ ยันบริสุทธิ์