
กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ชูพืชปลอดภัย-ตรวจ GMO
กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ปี 2569 จากการสร้างเครือข่ายพืชปลอดภัยภาคกลาง และนวัตกรรมตรวจข้าวโพด GMO ลดเวลาเหลือ 5 วัน
KEY
POINTS
- เครือข่ายพืชปลอดภัยครอบคลุม 20 จังหวัด ถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรกว่า 20,000 ราย
- เกษตรกรได้รับรองมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์รวมกว่า 8,300 ราย
- นวัตกรรมตรวจข้าวโพด GMO ลดเวลาจาก 15 เหลือ 5 วัน และลดต้นทุน 82%
กรมวิชาการเกษตรได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 จำนวน 2 รางวัล ในสาขาบริการภาครัฐ จากผลงานสร้างเครือข่ายผลิตพืชปลอดภัยในภาคกลาง และนวัตกรรมตรวจจำแนกข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO ซึ่งช่วยลดเวลาและต้นทุนการตรวจวิเคราะห์สินค้าเกษตร เพื่อรองรับมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ผลงานแรกได้รับรางวัลประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี ได้แก่ “เครือข่ายการผลิตพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคกลางสู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน” โดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5
อีกผลงานได้รับรางวัลประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี ได้แก่ “Matrix Plus Multiplex Real-time PCR: ตรวจจำแนกข้าวโพด GMO เพื่อการค้าโลก” โดยกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ทั้งสองหน่วยงานเข้ารับรางวัลจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
โครงการเครือข่ายพืชปลอดภัยดำเนินงานระหว่างปี 2564–2568 ครอบคลุม 20 จังหวัดภาคกลาง โดยร่วมกับเกษตรกรวิเคราะห์ปัญหาการผลิต ถ่ายทอดการใช้ชีวภัณฑ์และสารเคมีอย่างถูกต้อง จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ใช้แหนแดงทดแทนปุ๋ยเคมี และจัดทำแปลงต้นแบบ ก่อนสนับสนุนให้เข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP และเกษตรอินทรีย์
ผลการดำเนินงานมีเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี 20,122 ราย เกิดเกษตรกรต้นแบบ 52 ราย และเครือข่ายผู้ผลิตพืชปลอดภัย 422 ราย ครอบคลุม 1,160 ไร่ นอกจากนี้ มีเกษตรกรได้รับรองมาตรฐาน GAP 8,183 ราย และเกษตรอินทรีย์ 142 ราย รวมพื้นที่ 57,444 ไร่
โครงการยังเชื่อมความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน 56 แห่ง ผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตปลอดภัย 12 ราย และร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตคุณภาพ 377 ร้าน ขณะที่เกษตรกร 3 กลุ่มสามารถผลิตและจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ได้โดยตรง ส่วนผลสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในปี 2568 ลดลง 25%
สำหรับนวัตกรรมตรวจข้าวโพด GMO กรมวิชาการเกษตรนำกระบวนการ Matrix Approach มาใช้ร่วมกับเทคนิค Multiplex Real-time PCR และได้รับรองวิธีทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สามารถลดเวลาตรวจจาก 15 วัน เหลือ 5 วัน หรือลดลง 67% พร้อมลดต้นทุนจาก 24,920 บาท เหลือ 4,400 บาทต่อตัวอย่าง หรือลดลง 82%
กรมวิชาการเกษตรให้บริการด้วยวิธีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2565 และขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานรัฐ ห้องปฏิบัติการเอกชน และเครือข่ายตรวจ GMO ในอาเซียน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสินค้าเกษตรไทยและรองรับข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า โดยเตรียมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนของภาคเกษตรไทยต่อไป







