posttoday
กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ชูพืชปลอดภัย-ตรวจ GMO

กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ชูพืชปลอดภัย-ตรวจ GMO

11 กันยายน 2569

กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ปี 2569 จากการสร้างเครือข่ายพืชปลอดภัยภาคกลาง และนวัตกรรมตรวจข้าวโพด GMO ลดเวลาเหลือ 5 วัน

KEY

POINTS

- เครือข่ายพืชปลอดภัยครอบคลุม 20 จังหวัด ถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรกว่า 20,000 ราย

- เกษตรกรได้รับรองมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์รวมกว่า 8,300 ราย

- นวัตกรรมตรวจข้าวโพด GMO ลดเวลาจาก 15 เหลือ 5 วัน และลดต้นทุน 82%

กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ชูพืชปลอดภัย-ตรวจ GMO

กรมวิชาการเกษตรได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 จำนวน 2 รางวัล ในสาขาบริการภาครัฐ จากผลงานสร้างเครือข่ายผลิตพืชปลอดภัยในภาคกลาง และนวัตกรรมตรวจจำแนกข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO ซึ่งช่วยลดเวลาและต้นทุนการตรวจวิเคราะห์สินค้าเกษตร เพื่อรองรับมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ

 

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ผลงานแรกได้รับรางวัลประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ระดับดี ได้แก่ “เครือข่ายการผลิตพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคกลางสู่ความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน” โดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5

 

อีกผลงานได้รับรางวัลประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี ได้แก่ “Matrix Plus Multiplex Real-time PCR: ตรวจจำแนกข้าวโพด GMO เพื่อการค้าโลก” โดยกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ทั้งสองหน่วยงานเข้ารับรางวัลจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

โครงการเครือข่ายพืชปลอดภัยดำเนินงานระหว่างปี 2564–2568 ครอบคลุม 20 จังหวัดภาคกลาง โดยร่วมกับเกษตรกรวิเคราะห์ปัญหาการผลิต ถ่ายทอดการใช้ชีวภัณฑ์และสารเคมีอย่างถูกต้อง จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ใช้แหนแดงทดแทนปุ๋ยเคมี และจัดทำแปลงต้นแบบ ก่อนสนับสนุนให้เข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP และเกษตรอินทรีย์

 

ผลการดำเนินงานมีเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี 20,122 ราย เกิดเกษตรกรต้นแบบ 52 ราย และเครือข่ายผู้ผลิตพืชปลอดภัย 422 ราย ครอบคลุม 1,160 ไร่ นอกจากนี้ มีเกษตรกรได้รับรองมาตรฐาน GAP 8,183 ราย และเกษตรอินทรีย์ 142 ราย รวมพื้นที่ 57,444 ไร่

 

กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ชูพืชปลอดภัย-ตรวจ GMO

โครงการยังเชื่อมความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน 56 แห่ง ผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตปลอดภัย 12 ราย และร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตคุณภาพ 377 ร้าน ขณะที่เกษตรกร 3 กลุ่มสามารถผลิตและจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ได้โดยตรง ส่วนผลสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในปี 2568 ลดลง 25%

 

สำหรับนวัตกรรมตรวจข้าวโพด GMO กรมวิชาการเกษตรนำกระบวนการ Matrix Approach มาใช้ร่วมกับเทคนิค Multiplex Real-time PCR และได้รับรองวิธีทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สามารถลดเวลาตรวจจาก 15 วัน เหลือ 5 วัน หรือลดลง 67% พร้อมลดต้นทุนจาก 24,920 บาท เหลือ 4,400 บาทต่อตัวอย่าง หรือลดลง 82%

 

กรมวิชาการเกษตรให้บริการด้วยวิธีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2565 และขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานรัฐ ห้องปฏิบัติการเอกชน และเครือข่ายตรวจ GMO ในอาเซียน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสินค้าเกษตรไทยและรองรับข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า โดยเตรียมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนของภาคเกษตรไทยต่อไป


กรมวิชาการเกษตรคว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ชูพืชปลอดภัย-ตรวจ GMO

ข่าวล่าสุด

สสว.-กรมบัญชีกลาง ยกระดับ THAI SME-GP มุ่งตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

สสว.-กรมบัญชีกลาง ยกระดับ THAI SME-GP มุ่งตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ